ตรุษจีนปีนี้ได้มีโอกาสหยุดต่อเนื่องอีกแล้ว
ได้วางแผนกันตั้งแต่ปีที่แล้ว ว่าต้องไป ดำน้ำที่
อช.หมู่เกาะสุรินทร์ให้ได้ ทริปนี้เป็นทริปแรกที่พาเพื่อนลงใต้
และเป็นครั้งที่สอง ที่เราได้แลใต้ ตื่นเต้นมาก
อช.หมู่เกาะสุรินทร์ เป็นแหล่งดำน้ำตื้นที่สวยที่สุดในแถบอันดามัน
หรือ เป็นอันดับหนึ่งของไทย ก็ว่าได้
พวกเราออกเดินทางโดยรถตู้เวลา
21.00 น. ของวันที่ 21 มกราคม 2547 มุ่งหน้าสู่
ท่าเรือคุระบุรี โดยใช้เวลา 10 ชม. พวกเราก็ถึง
ท่าเรือ ต่างคนต่างกุรีกุจอ แบกสัมภาระลงจากรถ หาอาหารเช้าทานกัน
เราได้ติดต่อบริษัทเรือทัวร์ (ซาบีน่าร์ทัวร์) ได้ชำระค่าเรือ
ไปกลับคนละ 1,000 บาท ซาบีน่าร์ทัวร์ มีบริการกาแฟ
โอวัลติน ฟรี ด้วยค่ะ ที่บริเวณศูนย์อาหาร เมื่อชำระค่าเรือเรียบร้อยแล้ว
ก็ไปติดต่อเจ้าหน้าที่ ไปลงทะเบียน พวกเราพักที่อ่าวไม้งามนอนเต็นท์กัน
เจ้าหน้าที่จะให้สติ๊กเก้อร์ให้เขียนชื่อ และไปแจกเพื่อน
ๆ เพื่อติดกระเป๋า จะได้สะดวกต่อคนเรือในเรื่องการแบ่งแยกจะได้ไม่ปนเปกัน
เพื่อรวดเร็วในการขนย้ายสัมภาระลงเรือ และ ขึ้นเกาะ
แนะนำให้เขียนสัญลักษณ์หรือชื่อใครคนใดคนหนึ่งทั้งหมด
เพื่อความรวดเร็วยิ่งขึ้น
เมื่อเสร็จภาระกิจบนบกแล้วพวกเราก็เตรียมตัวลงเรือกัน
พอได้เวลา 09.00 น. เรือทัวร์ก็ได้ออกจากท่าทันที
คนเรือได้แจกยาแก้เมาเรือให้ หากใครต้องการ ขณะนั่งเรือ
จะสังเกตเห็นเรือตังเก มาเทียบท่า เอาปลาขึ้น
..เหมือนในหนังเลย
เวลาขนถ่ายปลาจากเรือสู่ฝั่ง หรือ เรือสู่เรือ จะใช้คนเรือจำนวนมาก
สาวตะข่ายแห โดยใช้เครื่องทุ่นแรงเป็นหลัก หลายคนพลุดลุกพลุดนั่ง
เพราะแดดส่องด้านซ้ายทีขวาที แรก ๆ นั่งหัวเรือ
ไป ๆ มา ๆ นั่งข้างเรือ ไป ๆ มา ๆ นั่งหลับ เพราะความเพลียกันเป็นแถว
ตื่นบ้าง สลับกับการกิน แล้วก็กิน กิน แล้วก็หลับ
ใช้เวลา สอง ชั่วโมงครึ่ง พวกเราก็มาถึง ปากอ่าว
หมู่เกาะสุรินทร์ ถึงกับตะลึง ของสีน้ำทะเล สีฟ้าสลับสีน้ำเงิน
ไกล ๆ ลิบ ๆ ได้มีเรือหางยาวจากฝั่งอ่าวช่องขาด
มารับนักท่องเที่ยว ภาพของเรือหางยาว หลาย ๆ ลำ
มุ่งหน้าสู่เรือใหญ่ ซึ่งเป็นภาพที่ประทับใจยิ่งนัก
เมื่อมาถึงเรือใหญ่คนเรือจะบอกให้นักท่องเที่ยวลงเรือลำโน้น
ลำนี้ แต่ละลำ จะไปสองจุด จุดแรก คืออ่าวช่องขาด
จุดสอง คือ อ่าวไม้งาม ใครพักที่ใด ก็ลงเรือลำนั้น
และทยอยขนสัมภาระลงเรือเล็กให้นักท่องเที่ยวด้วย
ระหว่างนั่งเรือเล็ก (เรือหางยาว) ตื่นเต้น กับสายน้ำทะเล
สีฟ้า สลับ สีน้ำเงิน และสามารถมองลงสู่พื้นทะเลได้ชัดเจน
เห็นปลาว่าย ไปมา เห็นประการัง ใช้เวลาไม่นานทุกคนก็มาถึงฝั่ง
(อ่าวไม้งาม) ค่อย ๆ ทยอยลงจากเรือคอยรับสัมภาระของตนเอง
ช่วยกันโดยต่อแถวรับสัมภาระต่อ ๆ กัน แป๊ปเดียวก็สำเร็จ
นี่แหล่ะพลังสามัคคีของคนไทยคะ
เมื่อเช็คสัมภาระของแต่ละคนครบแล้ว พวกเราก็ทยอยขนสัมภาระเข้าที่พัก
เดินกันคนละ สอง รอบ ระยะทางจากอ่าวไม้งาม ไปสู่จุดกางเต็นท์
ประมาณ 200 เมตร ซึ่งไกลพอสมควรค่ะ น้องภาได้ยืนคุยกับฝรั่งคนหนึ่งตั้งนาน
เลยสงสัยเกิดอะไรขึ้นหรอ สรุป เขาตามหาน้ำดื่ม ซึ่งคงติดไปกับเรือลำอื่น
หรืออาจจะไม่ได้เขียนชื่อติดไว้ก็ได้ ด้วยความสงสารจึงแบ่งน้ำดื่มให้
6 ขวด เขาขอบคุณใหญ่เลย พวกเราเลยส่งร่าม ตีสนิท
ชวนกันมาพักใกล้ ๆ กัน และ ชวนเขาไปดำน้ำกับพวกเราด้วย
เขาตกลงทันที เราก็มีเพื่อนมาหารเฉลี่ยค่าเรือได้อีก
1 คน สมองคิดการไกล นี่เอง
พวกเราเลือก Zone 8 มีที่ว่างให้กางเต็นท์
มีที่นั่งทำอาหารได้ และไม่ไกลจากห้องน้ำนัก วันนี้พวกเราไม่มีโปรแกรมดำน้ำ
และหลายคนยังเพลียกันอยู่เลยโดยเฉพาะสาว ๆ พวกเราจัดการกางเต็นท์
เต็นใครเต็นท์มัน เลือกได้ตามใจชอบ หลายคนนำเปลผ้ามาด้วย
พักผ่อนกันนิดหน่อย
ได้เวลาบ่าย ๆ พวกเราเดินเล่นแถวหน้าที่พัก เดินถ่ายรูป
ที่นี่สะอาดมาก เขาจะแยกถังขยะ มีสีเหลือง สีเขียว
สีแดง แยกตามลักษณะของขยะ ห้องน้ำก็สะอาดแยกชายหญิง
แยกห้องน้ำ ห้องสุขา น้ำสะอาดไหลแรงดี มีร้านสวัสดิการอาหารคอยบริการ
หน้าชายหาดก็สามารถนอนอาบแดดได้ ส่วนใหญ่จะเป็นฝรั่ง
มีแปลผูกตามต้นไม้ให้นอนนั่งเล่น พอตกเย็นน้ำลดห่างจากฝั่งเป็น
กิโลเมตร เลยทีเดียว พวกเราเริ่มเดินสำรวจภาคทะเล
ไปทางด้านซ้ายมือ เป็นอ่าวโค้งยาว ไปเจอต้นโกงกาง
ดอกโกงกางเหมือนดอกจำปีแขก มีกลิ่นหอมกรุ่น ๆ เจอปูหลากสี
ดีดก้ามโป้งแข่งกัน พอเราเดินไปใกล้ ๆ รังของพวกมัน
มันจะวิ่งลงรูทันที เราต้องนั่งยอง ๆ อยู่ตั้งนาน
เพื่อดักถ่ายรูปเจ้าปูสีสวย
.ใกล้ ๆ กันก็จะเจอปลาตีนสีเหมือนทราย
(คล้าย ๆ จิ้งจกเปลี่ยนสีได้) เจอก้อนหินรูปร่างประหลาด
บางก้อนลักษณะคล้ายช้างน้อยกำลังนอน อีกก้อนก็คล้าย
ๆ เท้ายักษ์ เมื่อเดินลงทะเล (น้ำลด) เจอประการังสมองขนาดใหญ่
และ เล็ก เจอปลาไหลมอเล่ย์ เจอประการังอ่อน (เป็นที่อาศัยของปลาการ์ตูน
หรือ ปลานีโม่ นั่นเอง) ตกเย็นเราประกอบอาหารง่าย
ๆ ทานกัน เมื่อทานเสร็จแล้ว พวกเราก็ไปติดต่อเรือ
โดยเหมาลำเรือ (ลำละ 1,500 บาท) นั่งได้ 15 คน สามารถเลือกได้ว่าจะไปดำน้ำที่ไหนก็ได้
ให้ติดต่อหลังอาหารมื้อเย็น เจ้าหน้าที่จะได้จัดเรือให้ได้เพียงพอ
ที่อช. จะมีเรือพาไปดำน้ำ คิด วันละ 100 บาท ไม่จำเป็นต้องเหมาก็ได้
มีสน็อคเก้อร์+ชูชีพ ให้เช่า คิดวันละ 150 บาท ให้เช่าวันต่อวัน
จ่ายวันต่อวัน หากเช่าอย่างใดอย่างหนึ่งคิด 80 บาทต่อวัน
ต่อชิ้น การจองเรือก็ต้องจองหลังอาหารมื้อเย็น และชำระค่าเรือด้วย
วันรุ่งขึ้นจะได้ไม่คลุกคละเรื่องเรือ
ตกกลางคืน ก็เสวนากันหลายเรื่อ ง โดยเฉพาะหนุ่มฝรั่ง
เจอพวกเราสัมภาษณ์ต่าง ๆ นา ๆ ได้ความว่า เป็นหนุ่มจากเยอรมัน
จบ ดร. มีนามว่า ดร. Firue พวกเราเรียก สั้น ๆ ว่า
มิสเตอร์ฟิน
.พวกเราชวน ฟิน ดำน้ำกับพวกเราด้วย
พวกเราได้ผลัดกันสัมภาษณ์เพื่อนใหม่ คนโน้นที คนนี้ที
จนนอนคุยกัน เพราะนั่งเมื่อยนั่นเอง น้องจี๊ฟ พกขนมมาแบ่งในวง
พี่ช้างพกมะม่วงหินมพาน แกล้มกับน้ำเมา พี่คมรัฐ
พกแผนที่ดาวมาด้วย พวกเราเลยชวนกันไปดูดาว ดาวสวยมาก
ถึงฟ้าจะสว่างไม่มาก พวกเราก็เห็นดาวเด่น ๆ ครบ
ดาวลูกไก่ ดาวคันไถ ฯลฯ คืนนี้พวกเราอยู่กันไม่ดึกนัก
สี่ทุ่มกว่า ๆ ก็สลายตัวกัน
วันที่
23 มกราคม 2547
ใกล้เช้าแล้ว ได้ยินเสียงชะนีร้องเรียกแข่งกัน
เสียงนก เช้านี้อากาศดีมาก วันนี้เป็นวันแรกที่พวกเราจะไปดำน้ำกัน
ตามโปรแกรม (อ่าวแม่ยาย,หินกอง,อ่าวเต่า) เช้านี้ทำอาหารเบา
ๆ ทานกัน เตรียมอุปกรณ์ดำน้ำ ครีมกันแดด อย่างแรง
(วันหนึ่งจะมีเรือออกสองรอบ เวลา 9.00 น. และ เวลา
14.00 น. ) ไม่ว่าจะเหมาหรือไม่เหมาก็ตาม คนเรือจะพาขึ้นเกาะมาพักทานอาหารกลางวันทุกลำ
เพราะคนเรือจะมีอาหารกลางวันโดยทาง อช. เป็นผู้จัดเตรียมไว้ให้
เวลา 08.30 น. จะมีเจ้าหน้าที่ประกาศให้นักท่องเที่ยวที่จะไปดำน้ำเตรียมตัวเดินไปคอยกันที่อ่าวฝั่งตรงข้ามได้แล้ว
พวกเราจึงพากันเดินลัดเลาะไปเส้นทางเดิมที่เราขนสัมภาระลงเกาะ
ประมาณ 200 เมตร ลักษณะทางเดินเป็นป่า ทางแคบ ๆ
พอถึงที่นัดหมายเรือหางยาวหลายลำ มาจอดคอยรับนักท่องเที่ยวไปดำน้ำ
หลายลำทีเดียว มีเจ้าหน้าที่ชายหาด กำลังจะแสดงวิธีการใช้สน็อคเก้อร์+ชูชีพ
ที่ถูกวิธี เตือนภัยจากการดำน้ำ เมื่อเสร็จพวกเราก็ปรบมือตอบแทนเจ้าหน้าที่
เจ้าหน้าที่ให้นักท่องเที่ยวนำสน็อคเก้อร์ มาฉีดน้ำยา
เพื่อให้กระจกใสยิ่งขึ้น เป็นการทำความสะอาดไปในตัวด้วย
นักท่องเที่ยวก็ทยอยกันลงเรือ โดยไปรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่
เจ้าหน้าที่จะบอกว่าเราอยู่เรือลำไหน
เวลา 9.00 น. และแล้วพวกเราก็ได้นั่งเรือหางยาวไปดำน้ำกัน
ใช้เวลาไม่นานนัก ก็ถึงอ่าวแม่ยาย พวกเราใช้ ซองพลาสติกกันน้ำใส่กล้องดิจิตอล
พิสูจน์ว่าแน่แค่ไหนเชียว โฆษณาว่าน้ำไม่เข้าแน่นอน
น้องเป้ ลองก่อนใครเพื่อน ผลทดลองน้ำไม่เข้าค่ะ
เราก็เลยลองตาม แต่มีฝ้าเล็กน้อย เพราะไม่ได้ใส่ถุงกันชื้นไปด้วย
(เคล็ดลับค่ะ) จุดสอง อ่าวเต่า ทั้งสองแห่ง ไม่แตกต่างกันมากนัก
มีปลาสีสวย ปะการังเขากวางสีฟ้า สวยงามมากค่ะ หินกองเหมาะสำหรับดำน้ำลึก
เป็นที่อาศัยของปลาฉลามวาฬ วันนี้น้ำแรงมาก เลยไม่ได้ไป
หลายคนอาเจียนเพราะเมาเรือ ได้เวลาพวกเราก็กลับฝั่ง
มาทานข้าวพักผ่อนตามอัธยาศัย หลายคนอาการดีขึ้น
ก็ลุยกันต่อ ยังไงก็ต้องไปเพราะเราเหมาเรือไปแล้ว
ภาคบ่าย ได้เวลา 14.00 น. นายต๋อง ขอลองใช้ถุงพลาสติกกันน้ำดูบ้าง
ภาคบ่ายเรามอบหมายให้ต๋อง เป็นคนเก็บภาพใต้น้ำ พวกเราดำน้ำ
จุดแรกอ่าวสุเทพ ตามด้วยอ่าวมังกร (มีกุ้งมังกร)
จบที่อ่าวไม้งาม หลายคนเจอปลานีโม่ มาเล่าสู่กันฟัง
ซึ่งเป็นจุดหน้าบ้านที่พักของพวกเราเอง วันนี้เหนื่อยและอ่อนเพลียกันมาก
เพราะเมาเรือกันหลายคน ตกเย็นทำอาหารเย็นตามเคย
กินแบบโหยหิวทีเดียว ตกกลางคืนเสวนากันเรื่องดำน้ำ
และเรื่องกิน โดยมี ฟินส์ มาชิมฝีมืออาหารไทย ๆ
ง่าย ๆ คือ ต้มยำปลากระป๋อง ไข่เจียว ฟินส์ ชิมแบบ
ทำหน้าตาเฉย ๆ แต่ชิมไปคำเดียว ฮ่าาาาาาาา สงกะสัย
คงเข็ด ไม่มาร่วมกินกับพวกเราอีกแล้ว พวกเราลืมไปว่า
ยังไม่ได้ไปลงทะเบียนจองเรือดำน้ำของวันรุ่งขึ้นเลย
จึงรีบไปชำระค่าเรือ ทันที พวกเราเหมาเรือเหมือนเดิมค่ะ
เสวนาคืนนี้ ก็จิปาถะ แต่สรุปกันว่า แต่ละจุดดำน้ำของวันนี้
คล้าย ๆ กัน จะมีประการังเขากวาง ประการังสมองอันใหญ่โต
มีปลาหลากสี ทั้งเล็ก ทั้งใหญ่ สวยงามมาก หากได้มองด้วยตา
ทุกคนจะบอกว่าไม่ผิดหวังจริง ๆ เลยค่ะ คืนนี้ น้องเป้
น้องภา น้องจ้า ได้ให้พี่คมรัฐสอนดูดาวกันอีกครั้ง
คืนนี้น้องทั้งสาม ขอปูเสื่อนอนดูดาวกันเลยค่ะ ได้ข่าว
ๆ แว่ว ๆ ว่า ได้เห็นดาวตกกันด้วย ว๊าสสสสสส์เสียดายจัง
.ได้เวลาก็แยกย้ายกันไปนอน
คืนนี้หลับกันเร็ว เพราะเพลียจริง ๆ ค่ะ บ๊าย บาย
พรุ่งนี้จะมีใครเมาเรือบ้างน๊อ
..กลางคืนจะได้ยินปูมะพร้าวคลานรอบเต็นท์
กับเสียงคลื่น แต่ก็กลัวแขกไม่ได้รับเชิญเข้ามาในเต็นท์เหมือนกัน
(งูทะเล) จ๊ากกกกกกก ไม่มีสักตัว สงสัยกลัวคน
วันที่
24 มกราคม 2547
เช้านี้ก็เตรียมตัวเหมือนเมื่อวาน
ทำอาหารเสร็จแล้ว พอได้เวลาก็พากันเดินไปจุดลงเรือได้เลย
จะไม่มีเจ้าหน้าที่มาเดินประกาศอีกแล้ว และจะไม่มีเจ้าหน้าที่สาธิตวิธีใช้สน็อคเก้อร์อีกแล้ว
มาถึงเรือก็ไปรายงานตัวทันที พวกเราก็ลงเรือ เราใช้บริการเรือลำเดิม
เพราะตกลงกันว่า วันนี้เราจะไปดำน้ำกันตามใจฉันนะ
ภาคเช้า เราไปดำจุดแรก ที่ อ่าวผักกาด พอได้มาถึงจุดนี้
พวกเราตื่นเต้นมาก ได้เห็นปลาตัวเล็กเป็นฝูงว่ายเหนือน้ำกระโดดไปมา
ไม่ลงไม่ได้แล้ว พี่ขนุนกับน้องเซท รีบลงน้ำทันที
ตะโกนบอกว่า สวยมาก สวยจริง ๆ มีปลาเป็นล้าน ๆ ตัว
หลายคนตื่นเต้น รีบลงทันที ที่นี่สวยงามจริง ๆ มีประการังจาน
มากมาย เป็นจุดเด่นของที่อ่าวผักกาดนั่นเอง ลักษณะคล้ายผักกาดที่บานแล้ว
คล้ายจานแบน ๆ ประการังเขากวางก็มากมาย หากว่ายห่างจากตัวฝั่ง
จะเห็นปลาฉลามว่ายไปมา อย่างรวดเร็ว บางคนเห็นปลากระเบนตัวเล็ก
มีปลาตัวใหญ่สีสวยมากมาย เจอปลาตัวเล็กสีฟ้า ว่ายวนไปวนมา
เป็นสายยาวหลายกิโลเมตร คงเป็นล้าน ๆ ตัวทีเดียว
พวกเราผลัดกันลงถ่าย โดยใช้กล้องของต๋อง ถ่ายถาพใต้น้ำแบบไม่หยุด
สวยงามมาก เกินบรรยายจริง ๆ พอได้เวลา คนเรือเรียกให้ขึ้นเรือจะได้ไปดำน้ำที่
อ่าวตอริล่า กันต่อ อ่าวตอริล่า คลื่นแรงมาก พวกเราดำน้ำได้ไม่นานก็รีบขึ้น
เจอประการังเขากวาง เหมือนทุกอ่าวที่ได้ลงดำ และแล้วพวกเราก็เดินทางกลับ
โดยผ่านหมู่บ้านมอแกนด์ เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ บ้านทำด้วยหลังจาก
พวกเราให้คนเรือแวะชม ได้ นี่คือเหตุผลหนึ่งที่เราตัดสินใจเหมาเรือ
เพราะเราสามารถให้คนเรือแวะหมู่บ้านมอแกนด์ให้พวกเราได้
หมู่บ้านมอแกนด์ จะมีแต่เด็ก ๆ และผู้หญิง คนแก่
คนหนุ่ม ๆ จะออกไปทำงานกันหมด ส่วนใหญ่ชาวมอแกนด์จะผิวดำ
(ดำแดดทะเลเสียมากกว่า) อาบน้ำกร่อย มีอาหารทะเลเป็นหลัก
มีอาชีพประมง และทำแกะสลักเรือด้วยไม้ สานเสื่อ
และกระเป๋าถือ จำหน่าย แก่นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือน
พวกเราได้อุดหนุน เรือสลัก และ เสื่อ อากาศบนฝั่งร้อนมาก
หลังจากนั้นพวกเราก็กลับที่พัก เที่ยงนี้ เราพกอาหารกลางวันมาด้วย
ให้คนเรือพาพวกเราขึ้นอ่าวช่องขาด เพราะต้องการมาดูความแตกต่างระหว่างอ่าวช่องขาดและอ่าวไม้งาม
อ่าวช่องขาด ลักษณะการจัดการจะเหมือนที่อ่าวไม้งาม
แต่ที่นี่จะมีบ้านพักออกจะอินเตอร์ มีสนามวอลเลย์ชายหาดให้เล่น
มีจำหน่ายของที่ระลึก มีร้านสวัสดิการให้ มีน้ำร้อนให้
แต่ต้องไปขอ (ต้มมาม่า) ไม่ค่อยเต็มใจให้บริการสักเท่าไหร่
ที่อ่าวไม้งามไม่ต้องขอ อยากได้เท่าไหร่ ตักได้ทันที
เจ้าหน้าที่ที่อ่าวไม้งาม คุยกันเอง ยิ้มแย้มตลอดเวลา
แต่ที่นี่ ไม่อยากคุยกับพวกเราด้วยซ้ำ
.ขอติหน่อยนะคะ
พวกเราพักผ่อนกันตามอัธยาศัย พอได้เวลา บ่าย สองโมง
ก็ลงเรือไปดำน้ำต่อ โปรแกรมของพวกเราคือ ที่ อ่าวจาก
และ อ่าวสต๊อค อยู่ไกลจากฝั่งมากทีเดียว คนเรือขับไปได้ครึ่งทางกว่า
ๆ ก็พบเรือลำอื่น ๆ หันเรือกลับฝั่งกันหลายสิบลำ
คนเรือรู้ทันทีว่า ไม่สามารถไปได้อีกแล้ว เนื่องจากคลื่นลมแรงมาก
คลื่นโต จนท้องเรือกระแทกโต้คลื่นอย่างแรง เหมือนเล่นเรือไวกิ้งส์เลยทีเดียว
ทุกคนจึงผิดหวังมาก ไม่ได้ไปที่อ่าวสองอ่าวนี้ ถือว่าพวกเรามาเที่ยวครั้งนี้
ไม่ครบสูตรหมู่เกาะสุรินทร์เลยก็ว่าได้ พวกเราจึงลงมติกันว่า
ไม่อยากเสียเวลาไปฟรี ๆ จึงให้คนเรือพาพวกเราไปที่
อ่าวผักกาด กันอีกรอบ เพราะติดใจ เจ้าปลาฉลาม (บางคนยังไม่เห็นปลาฉลาม)
ประการังผักกาด ปลาหลากสี ฯลฯ พอมาถึงอ่าวผักกาดพวกเราไม่รอช้า
รีบลงทันที ไม่ผิดหวังเลย พวกเราเห็นปลาฉลามกันทุกคน
เสียวท้องมาก กลัวมันจะว่ายขึ้นมากัดพุง จ๊ากกกกกกก
พวกเราถ่ายภาพใต้น้ำ จนจุใจ เพราะเป็นอ่าวสุดท้ายที่พวกเราจะได้ลงดำน้ำตื้นกันค่ะ
และแล้วพวกเราก็กลับฝั่ง ด้วยความประทับใจยิ่งนัก
สมกับคำล่ำลือ ว่าสุดยอดการดำน้ำตื้น คือ หมู่เกาะสุรินทร์
แห่งอันดามัน จริง ๆ
.สักวันพวกเราจะกลับมากันอีก
เย็นวันนี้ เราได้ชำระค่าธรรมเนียมต่าง ๆ (ค่าขึ้นเกาะคนละ
40 ค่าค้างคืนนอนเต็นท์คนละ 40 ต่อคืน)หลังอาหารเย็น
พวกเราปราศัยกันแบบวงใหญ่ คุยกันจนดึก เจอปูมะพร้าว
ตัวใหญ่มาก ตัวนี้แหล่ะที่มันชอบเดินก๊อบแก๊บ ก๊อบแก๊บ
บนใบไม้ ตอนกลางคืน ได้เวลาก็ล่ำลากันไปนอนอีกแล้ว
วันที่
25 มกราคม 2547
เช้านี้ตื่นสายกัน เพราะไม่มีโปรแกรมดำน้ำ
ทำอาหารเช้าและอาหารกลางวันเผื่อด้วย เพราะเราต้องไปเดินป่าสำรวจธรรมชาติอ่าวไม้งามกัน
พวกเราได้เจอหัวหน้าเผ่ามอแกนด์ เขาสวมเสื้อที่ดูเก่า
มาก ๆ เขากำลังนั่งคุยกับ นายต๋อง เพราะนายต๋องเคยไปเยี่ยมบ้านมอแกนด์เมื่อหลายปีก่อน
ไม่รู้เหมือนกันเขาจำกันได้อย่างไร พี่คมรัฐ ให้เสื้อยืดหนึ่งตัว
และเราได้รวบรวมอาหารแห้งต่าง ๆ บริจาคให้พ่อเฒ่า
เหลือไว้แค่มื้อกลางวันเท่านั้น พ่อเฒ่าพูดภาษาไทยได้
แต่เขียนอ่านไม่ได้ พอได้เวลา พวกเราก็ไปเดินป่ากัน
ระยะทางเดินป่าประมาณ 1.8 กม เป็นลักษณะทางเท้าแคบ
ๆ สามารถเดินได้ทั้งบนชายเขา หรือ ชายหาด เป็นลักษณะทางเท้าเลียบไปกับชายหาด
จะพบต้นไม้ใหญ่ และจุดต่าง ๆ จะมีป้ายเขียนบอกสิ่งน่ารู้ในแต่ละจุด
เดินไปเรื่อย ๆ เจอวิว ชายหาดสวยงามมาก พวกเราเลยถ่ายภาพกันใหญ่
แบบทะลึ่ง ๆ ออกเรทอาร์เล็กน้อย ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ เดินไปสักพัก
เจอเถาวัลย์ชิงช้า พวกเราเล่นเหมือนเด็ก ๆ ไปเลยค่ะ
ต้นไม้ก็น่าปีนจัง
ทอดยาวออกสู่ทะเล วิวแต่ละจุด สวยงาม สามารถนำมาทำเป็นโพสการ์ดสวย
ๆ ออกจำหน่ายได้เลยค่ะ พวกเราเร่งฝีเท้าเดินกันใหญ่
เพราะมัวแต่เสียเวลาแอ็คชั่นนานเกินไป กลัวกลับมาไม่ทันลงเรือ
พวกเราไปถึงอ่าวช่องขาดกันอีกครั้ง ไปอุดหนุนซื้อเสื้อยืด
โพสการ์ดนีโม่ ที่อ่าวไม้งาม ไม่มีลายนี้ค่ะ เลยต้องมาซื้อกัน
เพราะเมื่อวานได้แต่ดู ๆ แต่ไม่ได้ซื้อ ขากลับ วิ่งกลับเลยค่ะ
เจอเจ้าลิงน้อย ดักกางทาง นี่แน่ะ ถ่ายรูปเสียเลย
แล้วก็วิ่งต่อ จนมาถึงที่พัก พวกเรารีบเก็บเต็นท์กันใหญ่
คนที่ถึงก่อนก็รีบกินข้าวกลางวัน น้องเป้ บอกว่า
ต้องไปที่ชาวหาดไม่เกิน 13.30 น. พวกเรายิ่งรีบกันใหญ่
แบบหนีโจร ยังไงยังงั้นเลย และแล้วพวกเราก็ไม่ได้กินกลางวันข้าวกัน
พี่คมรัฐ แพคอาหารกลางวันใส่เป้ไว้ให้กินบนเรือ
และแล้วพวกเราก็เก็บสัมภาระจนเสร็จจนได้
นักท่องเที่ยวเริ่มรายงานตัวเพื่อลงเรือเล็ก ไปสู่เรือใหญ่
ซาบีน่าทัวร์ ระหว่างนั่งเรือเล็ก คลื่นซัดแรงมาก
น้ำสาดกระจายเปียกกัน โชคดีที่มีเสื่อมอแกนด์ช่วย
ไม่ให้เปียก และแล้วพวกเราก็ถึงเรือใหญ่โดยปลอดภัย
พวกเรารีบขึ้นเรือใหญ่ ชั้นสอง อยากนั่งหัวเรือเหมือนขามา
แต่คนเรือบอกว่า ไม่ได้ วันนี้คลื่นแรง ใหญ่ มาก
ให้ลงไปข้างล่าง ๆ คลื่นโตจริง ๆ เรือใหญ่กระแทกแบบหวาดเสียว
เริ่มออกเสียงร้อง เพราะหวาดเสียว บางคนเริ่มทานยาเมาเรือ
พอได้ที่ พี่คมรัฐก็ก็งัดเสบียงกลางวันออกมาให้กินกัน
กินเสร็จ หลับค่ะ บางคนนั่งคุย หลายคนหลับ เพราะยาเมานั่นเอง
และแล้วพวกเราก็ถึงฝั่งโดยปลอดภัย ก่อนขึ้นเรือ
คนเรือได้ให้ รังนก แช่เย็นเจี๊ยบคนละขวด ดื่มด้วยความอร่อย
หอมชื่นใจ หายเมา หายง่วงกันเป็นปริบทิ้ง อร่อยจังเลยค่ะ
บนฝั่งจะมีขายไหม๊น๊า
คนเรือแบกสัมภาระของพวกเราขึ้นฝั่ง พวกหนุ่ม ๆ ก็ทยอยขนสัมภาระขึ้นแล็คใส่รถตู้
ส่วนเราหนีไปอาบน้ำ ฮ่าาาาาาาาาา ไม่ไหวค่ะ เนื้อเค้มไปหมดแล้ว
..เมื่อทุกคนจัดการเรื่องส่วนตัวเรียบร้อยแล้วก็ขึ้นรถตู้มุ่งหน้าสู่ระนองทันที
เพราะพี่ช้างบอกว่า จะมีปูนิ่มให้กินกันแหล่ะ หกโมงเย็นพวกเราก็ถึง
ระนอง ขวามือเป็นทุ่งหญ้าสีทอง เห็นเขาโล้น มีน้ำตกนิดเดียว
ลิบ ๆ เห็นภูขาผ่ากลางด้วยขั้นบันได (ไม่รู้เหมือนกานว่าเขาทำแบบนั้นทำไม)
ที่ทุ่งหญ้าสีทองลมแรงมาก พระอาทิตย์ก็กำลังจะตกพอดี
สวยงามมาก ทุ่งหญ้าสีทองเมื่อโดนลมไหว ๆ พวกเราทำแบบกระต่ายน้อยในทุ่งหญ้า
และกระโดดตัวลอย ให้เพื่อน ๆ ถ่ายรูปกัน พวกเรามาซื้อของฝากกันด้วย
ใกล้ ๆ ร้านอาหารนี่แหล่ะค่ะ หลายคนจะซื้อมะม่วงหินมพานกัน
มีให้ชิมด้วยค่ะ แอบชิมเสียเยอะหลาย อร่อยดีค่ะ
และเดินไปแวะบ้านพี่ช้าง ไหว้ม่ามี้ พี่ช้าง แล้วพวกเราก็ไปร้านอาหารกัน
มีเมนูเด็ดคือปูนิ่มผัดผงกระหรี่ หร่อยจริง ๆ ค่ะ
กินได้ทั้งตัว สั่งปลาทอด ฯลฯ สรุปหมดไป พันกว่าบ้านเอง
อิ่มมากค่ะ
พออิ่มก็เริ่มสลายตัว ขึ้นรถตู้กลับ กทม พวกเรามาถึง
ปั้ม ปตท สนามเป้า เวลา ตี 4 ตามหมายกำหนดการค่ะ
โดยปลอดภัย ล่ำลากันเรียบร้อยก็ตัวใครตัวมัน เรียกแท็กซี่กลับบ้านกันทุกคน
มาถึงบ้านเกือบตีห้า รีบเข้านอนเพราะต้องตื่นให้ทันไปทำงานในเวลาไม่อีกกี่ชั่วโมงข้างหน้านี้
ขอบคุณสำหรับเพื่อน ๆ ที่มาร่วมก๊วน จนสามารถเดินทางตามเป้าหมาย
อีกไม่นานพวกเราจะกลับกันไปอีกครั้ง