ไปเป็นควาญช้างที่ ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย อ.ห้างฉัตร จังหวัดลำปาง

“เฮ้ยป้อง วันที่ 1-2-3 เดือนหน้าว่างไหม ไปเลี้ยงช้างที่ลำปางกัน”
“เลี้ยงช้าง !! มึงจะบ้าเหรอ ไปเขาดินก็ได้ ไม่ไปด้วยหรอก ถ้าไปเดินป่าหรือทะเลค่อยมาชวน”

ผมมีโอกาสได้หยุดพักจากงานที่วุ่นวายเมื่อวันที่ 1-3 พ.ค. ครับก็เลยหาเรื่องออกนอกกรุงเทพ ไปเติมพลัง ให้กับตัวเอง พยายามคิดสถานที่ เที่ยวไม่ว่าป่า หรือ ทะเลก็เบื่อเพราะ ไปหลายครั้งแล้ว คิดไปคิดมานึกขึ้นได้ว่าเคยอ่านหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ เกี่ยวกับ โครงการ“Homestay” โดยจะได้พักที่บ้านควาญช้างที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย อ.ห้างฉัตร จังหวัดลำปาง คิดว่าคงจะท้าทายและได้ประสบการณ์ที่ดี จึงได้ติดต่อที่พักโดยใช้ E-mail ที่ elephant@fio.or.th การติดต่อที่พักสะดวกมากครับ ใช้ E-mail ประหยัดดีและเจ้าหน้าที่ช่วยประสานงานดีมาก แต่ปัญหากับเป็นพรรคพวกผมเอง บางคนก็ติดงาน ติดธุระ ไปหาหมอ รวมทั้งไอ้ป้องด้วยที่มันหาว่าผมบ้าที่อยู่ดีๆ ก็จะไปพักอยู่กับควาญช้าง แต่ในที่สุดก็หาพรรคพวกได้ 3 คน 3 หนุ่ม

ในตอนแรกตั้งใจจะไปรถไฟคืนวันที่ 30 เมษายน แต่เพื่อนก็ใจดีมากขับรถมาจากสระบุรี (เพื่อนผมทำงานอยู่ที่นั่น) มาพาเราไปเที่ยว พวกเรานัดเจอกันที่คาร์ฟูร์รังสิต เวลา4 ทุ่ม ไปถึงอ.เมืองลำปางตอนตี 4 วันที่ 1 เมืองลำปางเงียบมาก แต่มีผับแห่งหนึ่งเปิดถึงตี 5 ทำให้ผมมีโอกาสเจอหนุ่มสาวชาวรถม้า กำลังกลับบ้านพอดี (เข้าใจว่าบางส่วนคงจะฉลองวันแรงงานแห่งชาติ) พวกเราแวะหาอาหารเช้ากินกันก่อนและตกลงไปน้ำตกแจ้ซ้อนกันก่อน เพราะเราจะไปศูนย์อนุรักษ์ช้างตอนเที่ยง กว่าจะหาทางหมายเลข 1035 ก็วนอยู่หลายรอบเหมือนกัน ฝากการท่องเที่ยวเรื่องป้ายจาก อ.เมืองไปน้ำตกแจ้ซ้อนด้วยนะครับ

เรามาถึงที่อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ประมาณ 7 โมงเช้า ที่แจ้ซ้อนมีบ่อน้ำร้อนธรรมชาติที่ให้บริการนักท่องเที่ยว ราคาไม่แพงครับแค่ 20 บาทและสถานที่อาบสะอาดมาก และตกแต่งดีกว่าของเอกชนบางที่ซะอีก ผมว่าใครที่จะไป เชียงใหม่หรือเชียงรายแวะพักที่นี่ก่อนก็ดีครับ มาอาบน้ำร้อนให้สบายตัวกันก่อน

ในบริเวณอุทยานแห่งชาติมีน้ำตก ที่แบ่งเป็นชั้นๆซึ่งสวยงามมาก และที่นี่มีระบบจัดการที่ดีมากคือห้ามนำอาหาร และเครื่องดื่มขึ้นบริเวณน้ำตก มีเจ้าหน้าที่รับฝากของพร้อม แต่ถึงอย่างไรก็ยังมีคนแอบนำขึ้นไปทานบนน้ำตก ก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรกับนิสัยทำอะไรตามใจ ของคนบางคน บริเวณน้ำตกมีต้นไม้ใหญ่ๆ หลายต้นทางอุทยานมีเจ้าหน้าที่ ช่วยแนะนำตลอดและสุภาพมาก พวกเราเที่ยวกันอยู่เพลินถึง 10 โมง ก็นั่งรถกลับเข้าเมืองไปหาข้าวกินกัน พอดีตรงกับวันที่ โรงเรียนปฐมนิเทศพอดี (วันที่ 1) เลยมีนักเรียนเดินกันเต็มไปหมด พวกเรากินข้าวเที่ยงเสร็จ ก็ไปที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยต่อ

พวกเรามาถึงศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย เวลาประมาณบ่ายโมง ได้มาติดต่อกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ชื่อคุณแก้ม ซึ่งได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับช้าง เบื้องต้นให้เราทราบ เช่น กล้ามเนื้อที่งวงช้างมีถึง 2 แสนมัดซึ่งแข็งแรงมากสามารถดันซุงท่อนใหญ่ๆ ได้สบาย เราได้รู้ว่าช้างไม่ชอบอะไรที่เร็วๆ ผ่านตาของเขาจะทำให้หงุดหงิด (คงเป็นที่มีของคำว่าช้างกลัวหนู เพราะหนูวิ่งเร็ว) หลังจากที่ฟังความรู้เบื้องต้นแล้ว พวกเราก็ไปฝึกขี่ช้างกันทันที ทางศูนย์ได้เตรียมช้างให้เรา 3 เชือกคือพังเทพธิดา พังขอด และพัง พี่ควาญก็สอนเราถึงวิธีขึ้นช้าง มีคำสั่งเช่น “ส่งสูง” ช้างจะงอขาให้เราเหยียบและขึ้นไปนั่ง “รับสูง” คือลงจากหลังช้างด้านข้าง “แต๊กลง” คือลงจากหลังช้างด้านหน้า เราฝึกอยู่ 1 ชั่วโมงทั้งเหนื่อยทั้งมัน เสร็จแล้วเราก็กลับไปพักที่บ้านพี่ควาญ

ทางโครงการมีบ้านอยู่ 3 หลังสำหรับให้นักท่องเที่ยว พัก Homestay คือบ้าน พี่ควาญประหยัด แสนคำฟู ซึ่งเป็นควาญประจำช้างชื่อ พลายสุวรรณเคนท์ ชื่อบ้านพลายสุวรรณเคนท์ หลังที่ 2 คือบ้านของพี่ควาญศรีมูล เปอร์เขียว ซึ่งเป็นควาญประจำช้างชื่อ พลายพะเยา ชื่อบ้านพลายพะเยา และหลังสุดท้ายคือบ้านของ พี่ควาญพรมมินทร์ สายธิยะ ซึ่งเป็นควาญประจำช้างชื่อพังหมี ชื่อบ้านพังหมี เราพักที่บ้านพลายสุวรรณเคนท์ พี่ควาญเป็นคนมีอัธยาศัยดีมาก แต่ไม่ค่อยพูด ตอนเย็นคุณแก้มมาที่บ้านและซื้อกับข้าวมาทำที่บ้าน พวกเราก็ช่วยได้นิดหน่อย (แต่หั่นผักก็ใช้เวลาเป็นชั่วโมง) คืนวันนี้ก็เลยได้ทานอาหารเหนือกัน และนัดหมายว่า ตอนเช้าจะไปพาช้างออกมาจากป่าเวลา 6 โมงครึ่ง (ช่วงตอนเย็นพี่ควาญจะพาช้างไปผูกไว้ในป่าและจะมารับตอนเช้า) ที่พักได้เตรียมชุดควาญไว้ให้เราใช้ตลอด 3 วันด้วย

เช้าวันที่ 2 ฝนตกนิดหน่อย แต่ไม่เป็นอุปสรรคเท่าไหร่ พวกเราและพี่ควาญเดินเข้าป่าไปรับช้าง พี่ควาญให้เราถือกล้วยไปด้วยเพื่อไปให้เขา (ช้าง) เหมือนเป็นอาหารเช้าของช้าง และเขาจะได้จำเราได้ทั้งวัน เมื่อเราไปถึงที่ๆ พี่ควาญผูกช้างไว้ พี่ควาญได้ไปปลดโซ่ ตอนนี้เราได้เห็นความน่ารักของเขา ช้างจะดึงโซ่เองและพี่ควาญจะพาเขาไปอาบน้ำ ผมคิดว่าหลายคนคงจะเคยเห็นในโทรทัศน์ แต่ถ้ามาเห็นของจริงคุณจะมีความสุขมาก ในความน่ารักของช้าง วันนี้เราได้พบควาญชาวญี่ปุ่นเป็นผู้ชาย (มาอยู่ 11 เดือนแล้ว) และควาญหญิงชาวอังกฤษซึ่ง เขาหลงไหล ในความน่ารักของช้างไทย เมื่ออาบน้ำเสร็จพี่ควาญก็จะพาช้างไปที่บ้านของ พี่ควาญเพื่อให้ช้างกินอาหารเช้า พวกเราก็แยกไปอาบน้ำและทานอาหารเช้า

ในช่วงเช้าเราได้ฝึกขี่ช้างกันต่อ เราได้ฝึกวิธีให้ช้างเก็บของ ทั้งวิธียืนเก็บ นั่งเก็บและมอบเก็บ ต่อจากนั้น เราได้ชมการแสดงของช้าง ซึ่งมีนักท่องเที่ยวมาชมส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ช้างจะแสดงให้เรา ดูหลายอย่างเช่น เชิญธงชาติ ลากซุง เล่นดนตรี การแสดงของที่นี่จะไม่เน้นแสดงผาดโผนเพราะจะเป็นการทรมานช้าง พวกเราตั้งใจดูกันมากเพราะพรุ่งนี้ต้องร่วมแสดงด้วย (ตื่นเต้นมาก) ก่อนเที่ยงเราไปนั่งช้างเที่ยวธรรมชาติบริเวณศูนย์ซึ่งมี สภาพป่าที่สมบูรณ์หลังเที่ยง เรามาฝึกช้างอีกครั้งเป็นเรื่องการเดินหน้า ถอยหลัง เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ฝึกเสร็จ พี่ควาญก็พาช้างไปมัดไว้ในป่า ซึ่งพี่ควาญต้องหาพื้นที่ที่มีอาหารให้เขาเพียงพอและต้องเปลี่ยนที่ทุกวัน ช้างจะนอนวันละประมาณ 4 ชั่วโมงคือตอน 5 ทุ่มถึงตี 3 ช่วงเดินกลับเราได้เดินไปชมโรงเรียนฝึกควาญช้างและสุสานช้าง
คืนวันที่ 2 นี้เรามีเพื่อนต่างชาติมาทานอาหารเย็นด้วย 4 คน เป็นสามีภรรยาชาวสก็อตแลนด์ อีกคู่หนึ่งเป็นชาวแคนาดา เข้าใจว่าคงจะเป็นแฟนกัน ได้คุยกันจึงรู้ว่าพวกเขาตื่นเต้นมากเพราะไม่เคยเห็นช้างมาก่อน เขารู้จักจาก Internet และรายการ National Geographic เขาชอบใจที่ผมเปรียบเทียบช้างว่าเป็น Big friend คืนนี้ฝรั่งอยากลองกินทุเรียนปรากฏว่าแค่ได้กลิ่นก็กินไม่ลงแล้ว (ก็เลยเสร็จคนไทย) คืนนี้ผมมีโอกาสได้โชว์วิธีปลอกเปลือกมังคุดในเขาดูก็ลองทำกันใหญ่ ทานอาหารเสร็จก็เลยนัดหมายกันตอนเช้าจะไปรับช้างในป่าด้วยกัน ผมได้คุยกับคุณแก้ม เจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ ทำให้รู้ว่า ฝรั่งชอบมาพักที่นี่มาก บางคนอยู่เป็นเดือนๆ ไม่กลับซึ่งผมยอมรับจริงๆ ว่าน่ามาเที่ยวพักผ่อนมากเช้า

วันที่ 3 เราไปรับช้างกับพี่ควาญตามเดิม หญิงชาวแคนาดามาแซวเราตลอดเรื่องการที่พวกเรา จะได้แสดงเช้านี้ หลังจากรับช้างเสร็จเราก็มาทานอาหารเช้าและแวะไปเยี่ยมช้าง ที่ป่วยที่โรงพยาบาลช้าง เราพบช้างที่เหยียบกับระเบิดกำลังรักษาอยู่ เจ้าหน้าที่มีน้อยครับต้องเสียสละกันมาก หลังจากไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลช้างเสร็จ พวกเราไปฝึกช้างอีกครั้งก่อนจะแสดง ในการแสดงนั้นเป็นประสบการณ์ที่เยี่ยมมากครับ เพราะเขาจะให้เราร่วมแสดงจริงๆ เมื่อถึงเวลาแสดง พวกเราได้ร่วมการแสดงโดยแสดงการขึ้น ลงช้างด้านข้าง ขึ้นลงช้างด้านหน้าการเก็บของแบบต่างๆ ทางศูนย์ให้เกียรติพวกเรามากครับโดยประกาศชื่อพวกเรา นักท่องเที่ยวที่มาชมตื่นเต้นกันใหญ่เพราะเรามาฝึกแค่ 3 วันก็แสดงได้ (แต่จริงๆ ช้างเขารู้งานนะครับเพราะแสดงทุกวัน)

หลังจากแสดงเสร็จเราก็ได้รับประกาศนียบัตรควาญช้างสมัครเล่น เราก็ได้ไปลาพี่ควาญกับช้างที่เราได้ฝึกทั้ง 3 วันและเดินทางกลับ3 วันที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมมากครับ ถ้าคุณเบื่อการเที่ยวแบบเดิมๆ ที่นี่คุณไม่ผิดหวังแน่นอน และทุกคนที่นี่ทั้งคุณแก้ม เจ้าหน้าที่ศูนย์ พี่ควาญ เจ้าหน้าที่ที่ช่วยประสานงานทาง E-mail น่ารักและเสียสละในการทำงานดูแลช้างมาก เมื่อคุณมาเที่ยวที่นี่นอกจากประสบการณ์ที่ดี แล้วคุณยังได้ช่วยอนุรักษ์ช้างไทย (เพื่อนตัวโต) ของเราด้วยครับ

(โครงการ Homestay ที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง ใช้เวลา3 วัน สนใจติดต่อ 054-228108, 054-228034 , 054-320370 E-mail : Elephant@fio.or.th