
 กลุ่ม: Administration
สมัครเมื่อ: 6/3/2008 จำนวนความเห็น: 145 คะแนน: -925
|
- อยากเดินป่า อยากผจญภัย อยากออกกำลังกาย - ได้ใช้ชีวิตแบบกินง่าย-อยู่ง่าย ได้สัมผัสธรรมชาติบริสุทธิ์ - บททดสอบ ความอดทน ความเหน็ดเหนื่อย กำลังกายและใจ ได้พบเพื่อนใหม่
มาเดินป่ากับเรา TREKKERHUT.COM
ระดับความยาก - ง่ายของทริป ระดับ 1. ง่าย (EASY) 2. ง่าย – ปานกลาง (EASY - MEDIUM) 3. ปานกลาง (MEDIUM) 4. ปานกลาง – หนัก (MEDIUM - HARD) 5. หนัก (HARD) 6. หนักมาก (STRENUOUS)
หมายเหตุ การจัดระดับความยาก-ง่ายของแต่ละทริป ขึ้นอยู่กับ * จำนวนวันของการเดิน * ระยะทางเดินของทริป * ความลาดความชันของเส้นทาง * ชนิดของพื้นดินที่จะเดิน * ความยากง่ายของเส้นทาง * ความรีบเร่งของการเดิน * สภาพพื้นที่มีน้ำดื่ม – น้ำใช้หรือไม่ * สภาพป่ารกเรื้อหรือไม่ * มีลูกหาบบริการแบกของหรือไม่ * สภาวะอากาศหรือฤดูกาลที่ไป *
การเตรียมตัวเดินป่า
1) อุปกรณ์เดินป่าที่ควรมีส่วนตัว
1.1 เป้ ควรเป็นเป้สำหรับเดินป่า มีแผ่นรองกันช้ำที่บ่า มีเครื่องพยุงหลังเพื่อความสบายในการเดินป่าระยะไกล ขนาดที่เหมาะสมสำหรับผู้หญิง 35 - 45 ลิตร ของผู้ชาย 45 - 65 ลิตร มีขนาดใหญ่พอบรรจุอุปกรณ์ของใช้จำเป็นส่วนตัว ยิ่งหน้าหนาว – มีเสื้อกันหนาวจะกินเนื้อที่มาก และควรจะมีเนื้อที่เหลือ ในกรณีจะต้องช่วยแบ่งของกองกลางมาช่วยแบกบ้าง ก่อนซื้อควรลองสวมก่อน ให้ปลายเป้อยู่ระดับประมาณเอว ระดับร่องก้น (มีหลายรุ่นที่สามารถปรับระดับความสูงได้)
1.2 เต็นท์พร้อมไฟล์ชีท ในการเดินป่าถ้าจะใช้เตีนท์ ควรมีน้ำหนักเบา ไม่เกิน 3 กก. สำหรับเต็นท์นอนได้ 2 คน เพราะจะต้องแบกไปในระยะทางไกล เส้นทางอาจจะลำบาก เกะกะและยากในการแบกไป
1.3 ถุงนอน ควรมีขนาดไม่ใหญ่มากนักจะสามารถบรรจุลงในเป้ได้ และใช้นอนในอุณหภูมิขนาด 10 องศาหรือต่ำกว่าได้(ในป่าเมืองไทย) แต่ถุงนอนมีคุณภาพและขนาดเล็กก็ค่อนข้างแพง ราคา 1,000 – 3,000 บาท
1.4 เปล ถ้าเป็นเปลมุ้งก็จะดีมาก ใช้กันยุง กันแมลงได้ แต่ข้อเสียคือจะหนักกว่าเปลธรรมดา ขนาดความยาว ไม่ควรน้อยกว่า 2.20 เมตร สำหรับผู้หญิงและ 2.40 ม.สำหรับผู้ชาย
1.5 ไฟล์ชีทกันฝน-กันน้ำค้าง ใช้กับเปล ควรมีความยาว 3 เมตร กว้าง 3 – 4 ม. มีขนาดใหญ่พอกางกันฝนสาด สำหรับใช้ผูกเปลนอน 2 ชั้นได้
1.6 ถุงกันทาก ควรมีส่วนตัวติดไปทุกครั้ง (ไม่หนักมาก ) แนะนำถุงกันทากแบบรัดคล้ายถุงเท้าหนักแค่ 30 กรัมเอง ราคาถูกคู่ละ 20 บาท ซื้อติดตัวคนละ 2 คู่ก็ได้
1.7 ถุงมือ ควรมีติดตัว เผื่อเข้าพงหนามหรือต้องจับต้นไม้ที่อาจมีหนาม หรือแมลงกัดต่อย และยังใช้สวมนอนในที่อากาศหนาวด้วย
1.8 กางเกงเดินป่า แห้งง่าย ควรหนาพอสมควร ที่จะป้องกันกิ่งไม้มากระทบหน้าแข้ง และควรเสริมที่ก้นสองชั้นให้หนาพอจะใช้นั่งกับพื้นดินได้ (แต่กางเกงยีนห้ามใช้เดินป่าโดยเด็ดขาด ) ปกติทริปเดินป่าจะใช้เพียงตัวเดียวที่สวมอยู่
1.9 กางเกงใน ควรสวมกางเกงแอโรบิค หรือกางเกงแบบบ๊อกเซอร์(สำหรับผู้ชาย) แทนกางเกงในธรรมดา เพื่อป้องกันทาก และป้องกันกางเกงตัวนอกสีกับหน้าขาได้
1.10 เสื้อเดินป่า ควรเป็นเสื้อแขนยาวจะใช้ป้องกันการขีดข่วนของกิ่งไม้ -หนาม ระหว่างเดิน สามารถพับแขนเสื้อขึ้นหากอากาศร้อน ระหว่างเดินป่าควรมีเสื้อสำรองอีก 1 -2 ตัว ในกรณีเดินป่าเพื่อการท่องเที่ยว ควรสวมเสื้อสีสดใส เช่น เหลือง แสด แดง ช่วยให้มองเห็นกันได้ง่าย จะลดโอกาสการหลงทางได้ หากใครไม่ชอบเสื้อแขนยาวก็ควรมีถุงแขนใส่ก็ได้ สะดวกดี
1.11 ชุดนอน ควรมีชุดนอนที่อบอุ่น เพราะอากาศในป่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งบนดอยสูงแม้จะเป็นฤดูร้อน แต่กลางคืนก็อาจหนาวได้ ควรมีกางเกงในยาวลองจอห์นและเสื้อผ้าฟรีซบาง ติดเป้ทุกครั้งเวลาออกเดินป่า เผื่อไว้ใช้ยามจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นฤดูใดๆ เพราะอากาศในป่าตอนกลางคืน ยิ่งบนดอยสูง มักจะหนาว โดยเฉพาะถ้านอนเปล จะหนาวกว่านอนพื้นดิน 1.12 รองเท้าเดินป่า ควรเป็นรองเท้าหุ้มข้อ อาจจะเป็นรองเท้าจีนแดงราคาถูกคู่ละ 100 -150 บาท แต่อาจจะใช้ได้เพียง 4 – 5 ทริป หรือรองเท้ากีฬา หรือบางกรณีอาจจะเป็นรองเท้ารัดส้นได้ แต่ต้องมั่นใจว่าแน่นหนาพอไม่ชำรุดขาดระหว่างเดินป่า ควรจะจ้างช่างรองเท้า เย็บเอ็นเสริมก่อนใช้งาน ขอแนะนำให้ใช้รองเท้าบู๊ทยางราคาถูก คู่ละ 100 -125 บาท แบบยางนุ่มๆ ควรตัดพลาสติคบอร์ด ( ฟิวเจอร์บอร์ด) รองพื้นอีก 2 -3 ชั้นเพื่อให้พื้นแข็งพอรับความแหลมคมของก้อนหิน หากเดินบนก้อนหินขรุขระ จะช่วยไม่ให้เจ็บฝ่าเท้า ทำให้เท้าบวม ขนาดรองเท้าต้องใหญ่กว่าที่ใช้ตามปกติ 1 - 1.5 เบอร์ และควรทดลองสวมก่อนจะซื้อ โดยสวมถุงเท้าหนา ให้มีช่องว่างปลายเท้าเหลือ 1 ซม. จะได้ไม่เจ็บนิ้วเท้าเมื่อเดินลงเขา (หากคับจะทำให้เล็บเท้าถอดได้ ) 1.13 รองเท้าแตะ เพื่อความสบายเมื่อตั้งแค๊มป์และยังเป็นรองเท้าสำรองด้วย
1.14 ถุงเท้าเดินป่า ควรหนา และสวมทุกครั้งที่เดินป่า จะช่วยกันลื่นเมื่อเดินเท้าเปียกและกันกรวดทรายเข้ามาเสียดสีกับผิวเท้า และอาจจะมีอีก 1 คู่สำหรับสวมนอน
1.15 ไฟฉาย ควรมีทั้งไปฉายแบบคาดหัวและแบบถือ ที่ใช้ถ่านขนาดเดียวกัน และควรมีถ่านสำรอง
1.16 หมวก อาจจะมีแล้วแต่สภาพ เช่น ปีกกว้าง หรือหมวกแค๊ป หรือหมวกไหมพรม
1.17 ผ้าเช็ดตัว ควรเป็นผ้าขาวม้า หรือผ้าขนหนูชนิดบาง ที่จะไม่หนักมากเมื่อเปียกชื้น และยังเผื่อใช้แทนหมวกได้
1.18 เข็มขัด ควรเป็นแบบเลื่อนปรับขนาดได้
1.19 ไม้เท้า ถ้ามีก็ควรนำไปด้วย และหากไม่มีก็ควรจัดหาเมื่อเริ่มเดินทางจะช่วยให้ลดความยากลำบากในการเดินป่า
1.20 ผ้ายืดช่วยรัดเข่า จะช่วยถนอมเข่า ให้เดินป่าได้นาน
1.21 แป้งเย็น ควรมีติดตัวทุกคน ใช้ทาตัวช่วยไม่ให้ผิวส่วนข้างในกางเกงเสียดสีกัน ช่วยทำความสะอาดตัวในกรณีไม่มีน้ำอาบหรือล้างหน้า และช่วยคลายความร้อน หากอากาศร้อน เนื้อตัวไม่เหนียวเหนอะหนะ และยังใช้โรยป้องกันมดแมลงได้
1.22 ถุงดำหนาขนาดใหญ่ ควรมีติดตัว 2 ใบ ใบแรกใส่ในเป้ก่อนบรรจุของส่วนตัวอื่นลงไป แล้วรัดปากถุงป้องกันความชื้นจากฝน หรือน้ำเข้ากรณีต้องเดินข้ามน้ำ หรือว่ายน้ำ และอีกหนึ่งใบใช้ใส่เป้ทั้งใบเวลาถึงที่พัก ป้องกันฝน – ป้องกันแมลง – ป้องกันเป้เปื้อนเปรอะเมื่อวางที่พื้นใต้เปล
1.23 เสื้อกันฝน อาจเป็นแบบเสื้อปันโจที่สวมได้สะดวกเมื่อแบกป้ หรือแบบบางๆเบาๆ เผื่อจำเป็นต้องใช้ นอกจากกันฝน ยังใช้กันลม กันหนาวได้ด้วย
เสื้อกันฝนบาง ถ้าจะใช้ให้ทนทาน ต้องสวมเสื้อก่อน 1 ชั้นแล้ว สวมเสื้อยืดแขนยาวทับอีกชั้นหนึ่ง เสื้อกันฝนนั้นก็จะไม่เกี่ยวกิ่งไม้ขาดง่ายๆ
1.24 ถุงพลาสติคเล็กอื่นๆและ หนังยาง เผื่อใส่กล้อง อุปกรณ์ถ่ายรูปและของสำคัญกันเปียกชื้น
1.25 พลั่วมือ น้ำหนักประมาณ150 กรัม อาจจะมีส่วนตัวใช้ขุดฝังกลบ สิ่งปฏิกูล
1.26 ผ้าขี้ริ้วผืนเล็ก ควรมีไว้ใช้เช็ดเท้าเมื่อจะขึ้นเปล หรือเข้าเต๊นท์ หรือเมื่อจะสวมถุงเท้าเมื่อพ้นจากที่เฉอะแฉะหรือข้ามน้ำแล้ว
1.27 ไฟแช๊คและเทียน ควรมีติดตัวเพราะไม่หนักมาก เผื่อใช้ประโยชน์ในยามจำเป็น ควรมีเทียนติดตัวไว้สัก 3 เล่ม แต่อุปกรณ์ทั้งหมดที่แนะนำ ท่านควรจะเลือกซื้อเฉพาะสิ่งจำเป็น และจัดนำไปให้เหมาะสมกับพื้นที่และฤดูกาลจะไป ถ้านำไปทั้งหมดอาจเกินความจำเป็นหรืออาจจะหนักเกินกำลังของท่าน
เป้และของที่จะแบกในแต่ละทริป ไม่ควรหนักมากกว่า ร้อยละ 15 - 20 ของน้ำหนักตัวเรา ในกรณีที่ต้องช่วยแบ่งภาระของกองกลางอาจจะเพิ่มได้เป็น ร้อยละ 25 ในระยะสั้นๆ
2) การเตรียมร่างกาย
2.1 ควรออกกำลังกายประจำ เช่น วิ่ง ออกกำลังฟิตเนส หรือการบริหารร่างกาย การฝึกโยคะ เพื่อให้หัวใจ กล้ามเนื้อ ร่างกายทุกส่วนได้คุ้นเคยก่อนที่จะใช้งานในการเดินป่า
2.2 ให้ออกกำลังกายท่าง่ายๆเพิ่มเติมที่มีประโยชน์ ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ น่องและขาโดยตรงอย่างแท้จริง คือ ท่ายืน-นั่งยอง (sit up) โดยเอามือกุมกัน วางบนศีรษะ ยืนเท้าห่างกันเท่ากับไหล่ หายใจออก- พร้อมย่อขานั่งยอง หายใจเข้า-พร้อมยืดขายืนขึ้น ทำเซทละ 50 ครั้ง พัก 2 นาทีแล้วทำต่ออีก หนึ่งเซท วันละ 2 - 6 เซท (เช้า – เย็น) ใช้เวลาเพียงวันละ 6 - 12 นาที ระหว่างดูโทรทัศน์ ก็ทำท่านี้ไปเรื่อย ก็จะดีมาก
เริ่มฝึกตั้งแต่ก่อนออกทริปอย่างน้อย 15 วัน เริ่มจาก 30 - 40 – จนทำได้ครบ 50ครั้ง / เซท ก่อนออกทริปอย่างน้อย 7 วัน จะมีกำลังขาและน่องพอเพียงสำหรับการเดินป่าโดยทั่วไป
3) การเตรียมจิตใจ
การเดินป่า เป็นกิจกรรมที่ต้องใช้ความอุตสาหะ กำลังใจ ความมุ่งมั่น ท่านจะต้องเตรียมพร้อมทางจิตใจ จะต้องกินง่าย นอนง่ายอยู่ง่าย อดทนต่อความยากลำบาก ความเหน็ดเหนื่อย ความหิว ต้องเป็นผู้ที่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ในระดับหนึ่ง และควรช่วยเหลือบุคคลอื่นได้ เป็นผู้มีจิตใจเสียสละ ยินดีร่วมทุกข์ร่วมสุขกับหมู่คณะ มีความรักธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีจิตใจพร้อมเปิดรับประสบการณ์ใหม่
สำหรับท่านที่อยากจะเดินป่า แต่ไม่มีเพื่อนมาร่วมเดินในครั้งแรกด้วยนั้น ท่านอาจจะกลัวและไม่กล้า ถ้าท่านได้เตรียมตัวมาดี ท่านก็มั่นใจว่าจะไม่เป็นภาระแก่ใครและสามารถเดินได้ตลอดทริป จงมาเถอะ ในครั้งแรกท่านอาจจะยังไม่รู้จักใคร หากท่านเป็นคนที่ปรับตัวเข้ากับคนง่าย เพียงนั่งรอก่อนออกรถ ก็สามารถแนะนำตัว ทักทาย ทำความรู้จัก ทำความคุ้นเคยกับเพื่อนผู้จะร่วมทริป เมื่อกลับจากทริปท่านก็มีเพื่อนๆ ที่มีรสนิยมชอบเดินป่าอย่างเดียวกันหลายคนแล้ว
นักเดินป่าในปัจจุบันยังอาจจะมีจำนวนน้อย ท่านอาจจะดูเหมือนเป็นตัวประหลาดในหน่วยงาน หรือในหมู่เพื่อนฝูง ที่คิดว่า การพักผ่อนหรือเที่ยวสนุก ได้แก่ การกินอาหารอร่อยอุดมสมบูรณ์ การนั่งเล่น นอนเล่นสบายๆ ไม่ใช่ไปแบกเป้หนักๆๆ นอนเปล-นอนเต็นท์-หรือนอนพื้นดิน ท่ามกลางฝน กลางอากาศหนาว เหน็ดเหนื่อย ปวดเมื่อย ขาบวม แขน ขามีรอยขีดข่วน มีรอยทากกัด อาหารการกินไม่อุดมสมบูรณ์ ขาดแคลนน้ำที่จะดื่ม ต้องดื่มน้ำไหลตามธรรมชาติ ไม่มีน้ำจะอาบ อาจจะไม่ได้อาบน้ำหลายๆวัน แต่นั่นคือรสชาติของชีวิต ได้พบสถานที่สวยงาม ที่หากไม่ลงทุนลงแรงด้วยตนเอง ก็ไม่อาจจะได้พบเลยในชีวิต
สำหรับท่านที่มีอายุมากหน่อย อาจจะ 40 - 50 - 60 ปี ถ้าท่านมั่นใจตัวเองว่าแข็งแรงและได้เตรียมตัวอย่างที่แนะนำมาพอเพียงก็สามารถเดินป่าได้ แต่ครั้งแรกอาจจะลองเลือกทริป แค่ระดับง่าย-ปานกลาง หรือปานกลางไปก่อน แล้วค่อยเลือกทริปที่ท่านอยากไปไม่ว่าจะปานกลาง-หนัก หรือหนัก หากมั่นใจตัวเองและมีประสบการณ์มาบ้างพอสมควร สมาชิกหลายคนอายุมากกว่า 50 ปี แต่ยังเดินได้สบายๆ
ประโยชน์ทางตรงอีกอย่างคือ การเดินป่า เป็นการบังคับทางอ้อมให้ออกกำลังกายที่มีระยะเวลายาว จนกว่าจะจบทริป ส่วนการออกกำลังทั่วไปบางครั้งเบื่อก็เลิกทำ แต่เดินป่าเมื่อออกเดินแล้ว ไม่สามารถเลิกกลางคันได้
เรื่องทาก เป็นปัญหาใหญ่ สำหรับคนไม่เคยเดินป่า หรือเดินแล้วยังหลัวอยู่ ต้องหัดทำใจไม่ต้องหลัว พกแอลกอฮอล์เช็ดแผล เบตาดีน และสำลี ไว้เช็ดแผลที่ทาก หรือคุ่น หรือเห็บกัด จะช่วยให้ไม่อักเสบแผลหายไว
เมื่อทากมาเกาะ ก็เอาน้ำส้มสายชู ที่กินได้ใส่ขวดเสปรย์ ฉีดพ่นก็หลุดง่ายดาย ดีกว่าไปซื้อยาฉีดแพงๆ ถ้าชินแล้วก็จับออกได้
4) แนะนำเทคนิคเพิ่มเติม
ระหว่างออกทริป ไม่ว่าจะเดินในน้ำ เดินขึ้นเขา หรือเดินลง เขา ถ้าจะให้ไม่เหนื่อยมาก ลดโอกาสการเป็นตะคริว ไม่กลัวทางสูงชัน ไม่กลัวทางลื่น ไม่กลัวทางเละ ไม่ปวดน่องปวดหน้าขามาก ไม่เจ็บปลายนิ้วเท้าเวลาลงเขา และรองเท้าก็ไม่จำเป็นต้องหารองเท้า ที่มีดอกลึก ขอแนะนำว่า ให้ใช้ไม้เท้าในการเดินป่าทุกครั้ง ไม้เท้าดีมีประโยชน์สูงสุด ควรมีความยาวเท่าความสูงของตัวเรา + 20 เซ็นติเมตร หรืออย่างน้อยก็ยาวเท่าความสูงของตัวเรา เมื่อใช้ไม้เท้าเป็นแล้วเส้นทางเดินที่ยากก็จะง่ายลงมาก
หากใช้ไม้เท้าเป็น ถือไม้เท้าเป็นแล้ว เส้นทางที่ว่ายากก็จะง่ายลง มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เหนื่อยน้อยลง เมื่อยน้อยลง เดินได้เร็วขึ้น ไม่ว่าจะเดินในน้ำ เดินขึ้นเขา เดินลงเขา หรือแม้แต่พื้นราบ
เทคนิคสำคัญที่สุดของการเดินป่า คือ การรักษาระดับการหายใจให้สม่ำเสมอ ก้าวเท้าแบบสมาธิ ให้ประสานกับการหายใจ รักษาความเร็วในการเดินสม่ำเสมอ ไม่ต้องเร่งเดิน ควรหายใจทั้งทางจมูกและปาก การก้าวเดินเมื่อขึ้นเขา หรือลงเขาให้ก้าวสั้นกว่าปกติ อย่าให้ต้องก้าวขึ้นหรือลงสูงเกินไป หาจุดวางเท้าให้ระยะความสูงของก้าวเท้าต่ำๆ
เมื่อลงเขาหรือขึ้นเขาให้วางเท้าแบบเฉียงๆ ถ้าชันมากให้วางเท้าขวาง 90 องศาเลย จะทำให้โอกาสลื่นล้มน้อยลง เมื่อเดินเลาะริมผา หรือริมเขาให้กางมือแตะผนังไว้ ตัวเราก็จะเอนเข้าหาด้านนั้นโดยธรรมชาติ
5) การเดินป่า
เมื่อออกทริปเดินป่า โดยปกติไม่ว่าจะกลุ่มเล็กหรือใหญ่ จะ แยกเป็น 2 -3 กลุ่มโดยธรรมชาติ คือกลุ่มเดินเร็ว เดินปานกลางและเดินช้า หากท่านอยู่ในกลุ่มใด ควรเดินให้ทันอยู่ในรัศมีการมองเห็น ไม่ทิ้งห่างกันเพราะอาจจะหลงทางได้ ควรส่งเสียงเรียกให้เพื่อนรอ และตัวเองต้องเร่งให้ทันกลุ่มด้วย หากจะแวะถ่ายรูปต้องใช้เวลาให้เหมาะสมกับเส้นทางเดิน ควรบอกกับผู้นำกลุ่มหรือสมาชิกในกลุ่มให้ทราบ อย่านานเกินไป อาจจะหลงกับกลุ่มได้ง่าย
ถ้าจะแวะทำธุระส่วนตัวก็ต้องเพื่อนในกลุ่มรู้ จะได้เดินไปล่วงหน้าและหยุดรอ
6) การปรับตัว
เมื่อออกทริป ท่านควรจะต้องปรับตัว เรื่องการกิน การทำธุระส่วนตัว ถ้าอยู่บ้านอาจจะทานช้า อาบน้ำ แต่งตัว หรือทำธุระอื่นๆช้าๆ แต่เมื่อมาอยู่ร่วมคณะ ก็ต้องพยายามทำอะไรให้เร็วขึ้น อย่าให้คนอื่นต้องรอ
ท่องเที่ยวด้วยใจ ไปกับ trekkerhut
|