อย่าลืมลงทะเบียนก่อนนะคะ!!!!

ทีลอซู
ขุนแม่ยะ
ปาย ปางอุ๋ง
หลวงพระบาง
เขาสก
ทีลอซู
ขุนแม่ยะ
ปาย ปางอุ๋ง
หลวงพระบาง
เขาสก บ้านต้นไม้


ยินดีต้อนรับ ทุกท่าน หน้าแรก | ค้นหา | ความคิดเห็นที่มีผู้เข้าชมมาก | เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก

19 - 26 ส.ค. 51 ไปเที่ยว KL – Guniung Kerinci - Padang เกาะสุมาตรา อินโดนีเซีย Options · View
Pa khomrat
Posted: Monday, September 01, 2008 3:36:10 PM

กลุ่ม: Advanced Member

สมัครเมื่อ: 6/5/2008
จำนวนความเห็น: 254
คะแนน: 7
สถานที่: 46/2 สามพราน นครปฐม
พอมีเวลาว่างๆ กับได้ตั๋วเครื่องบินราคาถูก เลยตั้งโปรแกรมไปเที่ยวมาเลย์ เฉพาะที่ KL และไปขึ้นยอดเขา Kerinci ยอดเขาสูงสุดของอินโดนีเซียและประเทศในอาเซียอาคเนย์ จ่ายค่าตั๋วไป – กลับ BKK – KUL- Padang - KUL – BKK 4 เที่ยวบิน รวมเป็นเงิน 5600 บาท เดี๋ยวนี้ ค่าLoad กระเป๋าก็ต้องจ่ายใบละ 30 บาท 4 เที่ยวก็ 120 บาท ด้วย เป็นสีหารายได้เพิ่มของ AA

19 ส.ค. 51 ต้องออกจากบ้านที่สามพราน ตั้งแต่เช้ามืดตี 04.40 น.ให้หลานชาย ขับรถมาส่งที่อ้อมใหญ่ ต่อ Taxi ไปสนามบินสุวรรณภูมิ โดยแวะส่งหลานสะไภ้ ที่ธนาคารกรุงเทพถนนพระรามเก้า นั่งรถต่อไปจนถึงสนามบินเวลา 05.35 น. เสียค่ารถไป 490 บาท Check in เที่ยวบิน FD 3571 กำหนดออกบินเวลา 07.10 น. ผ่าน Immigration เดินไปถึง Gate ก็ยังไม่เปิด นั่งรอจนหกโมงเศษ Gate จึงเปิด เมื่อขึ้นเครื่องคนก็แน่นน่าจะถึง 80 %ของที่นั่ง บินถึง KL เวลา 10.00 น.ตรง (เวลาที่ KL เร็วกว่าไทย 1 ชม.)

ระหว่างบินปกติที่เคยนั่งเครื่องความสูง ของเพดานบินก็ราว 33,000 -35,000 ฟุต แต่นักบินบอกบินด้วยความสูง 37,000 ฟุต หรือราว 11 กิโลเมตร เลยเปิดเครื่อง GPS ลองวัดความสูง ปรากฏว่าบินสูงถึง 11,970 เมตร หรือ 39,200ฟุต สูงกว่า ยอดเขาเอเวอเรสท์ถึง 3,120 เมตร

ถึง KL โดยลงจอดที่ LCCT ( Low Cost Carrier Terminal) ส่วนบริการสำหรับสายการบินราคาถูกโดยเฉพาะ กำลังมีการก่อสร้างขยายอาคารอยู่ในขณะนี้ ไม่ได้ลงจอดที่ KLIA ( เค-ไล –อา ) แต่เห็นแต่เครื่องบินของ Air Asia 95 % เมื่อผ่าน ตม.เรียบร้อย ก็ออกมาแวะที่ counter ประชาสัมพันธ์ หาแผนที่ KL แล้วออกมาด้านนอก ซึ่งเป็นอาคารเล็ก ไม่มีสิ่งหรูหรา มีร้านอาหาร 3 ร้าน แต่ถ้าเดินไปสัก 150 เมตร ก็มีร้านอาหารใน Food Center ใหม่ มีร้านอาหารมากกว่า กว้างขวางกว่า อาหารก็ราคาถูกกว่า ไม่ได้แวะกินขาไป แต่แวะขากลับไทย เพราะต้องรอนาน 6 ชม.

ออกมาจากประตู เดินเลี้ยวซ้าย ไม่ถึง 100 เมตร ก็มีรถบัสบริการของ Air Asia บริการรถรับส่ง จาก LCCT – KL Sentral ขาเข้าเมืองเริ่มตั้งแต่เวลา 07.00 am เป็นเวลาขาเข้าเที่ยวแรกของวัน – 01.15 am เที่ยวบินขาเข้าเที่ยวสุดท้ายของวันต่อไป ส่วนขาออกจาก KL Sentral – LCCT เริ่มตั้งแต่ 03.30 am – 10.00 pm ราคาค่ารถเที่ยวละ 9 RM. หรือราว 90 บาท เรียกว่าให้บริการลูกค้า ตั้งแต่เที่ยวแรกจนเที่ยวสุดท้ายเลยทีเดียว แต่ก็มีรถบัสของเอกชนรายอื่นแข่งด้วยค่ารถ 8 RM. แต่แน่นสู้ AA ไม่ได้

ระหว่างนั่งรถเข้าเมืองซึ่งก็ไกลมาก ระยะทาง ถึง 60 กม. ใช้เวลานั่งรถตาม Time table ก็ 1.15 ชม. ผ่านหมู่บ้านหลายแห่ง เจอหมู่บ้านใหญ่แห่งแรก มีบ้านมากกว่า 500 หลังที่ร้าง แต่ก็มีหมู่บ้านอื่นๆ ทีคนพักเป็นระยะ ไปจนเข้าเมือง เส้นทางถนนกว้างขวาง รถน้อย ใกล้ตัวเมืองก็เริ่มเห็นตึกสูง โดยเฉพาะตึกแฝด Petronas ที่ก็ยังถึอว่าเป็นตึกแฝดสูงที่สุดในโลกและน่าจะยังครองตำแหน่งไปอีกนาน ( อาคาร 88 ชั้น สูง 451 เมตร ) แม้จะมีตึกอื่นสูงกว่า แต่ก็ไม่ใช่ตึกแฝด ระหว่างนั่งรถก็อ่านทำความเข้าใจ แผนที่ วิธีการเดินทางและเส้นทางรถไฟฟ้า ที่สะดวกในการเดินทางมากที่สุด

เมื่อ ถึง KL Sentral ก็ขึ้นบันไดเลื่อนไปชั้นสอง หาสถานีรถไฟฟ้า Putra LRT สายที่จะไปลงที่สถานี Pasar Seni สภาพรถ เส้นทาง อาคาร ตั๋ว ทุกอย่างก็เหมือนรถไฟฟ้า BTS ของบ้านเรา แต่ขบวนรถมีเพียง 2 ตู้ ของบ้านเรา 3 ตู้ ค่ารถถูกกว่าบ้านเรา รู้สึกว่ารถจะวิ่งเร็วกว่าของบ้านเราด้วย เส้นทางบางช่วงจะลงใต้ดิน สถานีรถก็จะมีแอร์ มีประตู ปิด – เปิด เหมือนรถไฟฟ้าใต้ดินบ้านเรา ค่าโดยสาร เริ่มจาก 1 ริงกิต ถ้านั่ง 4 สถานี ก็เพียง 1.6 ริงกิต ( คิดง่าย 1 ริงกิต ก็ 10 บาท ตอนแลกเงินได้อัตราเพียง 10.05 บาท/ 1 ริงกิต )

ครั้งแรกที่ใช้จะมองหาช่องทางเข้าสถานีรถยากหน่อย เพราะเราพยายามมองหาป้าย Putra LRT ไม่เจอต้องมองหาป้าย Rapid KL แทน

เราเลือกที่จะลงหาโรงแรมย่าน China Town ก็ต้องลงที่ป้าย Pasar Peni นั่งรถเพียง 1 ป้าย ราคา 1 ริงกิตเดินหาโรงแรม budget hotel หลายแห่งเต็ม แต่ก็ได้ที่ Backpackers travellers lodge เป็นห้องเตียงสองชั้น นอนได้ 2 คน ห้องน้ำรวม มีพัดลม ราคาห้อง 28 RM ติดๆ กันก็เป็นย่านขายของ ช่วงบ่ายๆ ก็จะตั้งร้านในถนน มีเสื้อผ้า ของฝาก และอาหารเครื่องดื่มขายมากมาย

ตึกต่างๆ ในเมือง ส่วนมากประดับธงชาติ มาเลย์ เนื่องจาก 19 ส.ค. เป็นวันเมอร์เดก้า แต่จากข่าวหนังสือพิมพ์วันต่อมา ก็รายงายว่า ไม่คึกคักมากเหมือนปีที่แล้วที่มีการเฉลิมฉลองครบ 50 ปี การประกาศเอกราช

เมื่อเก็บเป้ จ่ายค่าห้องก็เดินหาอาหารเช้ากินกัน เข้าร้านจีน กินก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ราคา 5 ริงกิต ส่วนน้ำดื่มขวดเล็กก็ขวดละ 1 ริงกิต แต่ถ้าซื้อใน 7 – 11 ก็ราคา 1.30 ริงกิต ซื้อหนังสือพิมพ์ดูข่าวกีฬา โอลิมปิคฉบับละ 1.20 ริงกิต หนามาก มี 200 หน้าเล็ก เทียบเท่า 50 หน้าหนังสือพิมพ์บ้านเรา แล้วไปขึ้นรถไฟฟ้า 4 สถานี ไปลง KLCC ที่ตั้งตึกแฝด Petronas Twin Towers เป็นจุดท่องเที่ยว ถ้าใครไป KL ครั้งแรกก็ต้องไปดูตึกนี้ มีร้านหรูๆ แพงๆ มากมาย

วันนี้ช่วงบ่ายว่าง ก็เดินดูสินค้าย่าน China Town มีพระสงฆ์ ไทย ยืนถือขันรอบริจาคเงิน อีกมือก็ถือสายสร้อยคอ ที่มีพระเครื่อง ดู ไม่สวยงามเลย ก็คิดอยู่ว่าจะเข้าไปต่อว่าดีหรือไม่ แต่ คิดแล้ว เราก็คงว่าด้วยความโกรธ เราก็คงบาปมาก เลยปล่อยไปดีกว่า ซึ่งอีกวัน ก็มายืนเช่นเดิม ที่นี่ซื้อ จักรเย็บผ้าด้วยมือ ราคา 10 ริงกิต เพราะนึกถึงว่า สอง – สามทริปที่ผ่านมา มีสมาชิกหลายคนกางเกงขาด เสื้อขาด มาขอเข็มกับด้ายไปเย็บผ้ากันหลายคน เอาไปให้ใช้ในป่าก็คงสะดวก



แนบไฟล์รูป Pa khomrat รูป :
P8192532_resize.JPG

P8192535_resize.JPG

P8192547_resize.JPG

P8192559_resize.JPG

P8192561_resize.JPG



Pa khomrat
Posted: Monday, September 01, 2008 3:42:49 PM

กลุ่ม: Advanced Member

สมัครเมื่อ: 6/5/2008
จำนวนความเห็น: 254
คะแนน: 7
สถานที่: 46/2 สามพราน นครปฐม
20 ส.ค. 51 ตึกPetronas Twin Towers สามารถขึ้นไปดูตัวเมือง KL ในมุมสูง จาก Sky bridge ได้ แต่ต้องมาเข้าคิวรับตั๋วฟรี มีจำนวนจำกัด ได้ ตั้งแต่เช้า 8.30 น. เราเองวันนี้ก็ว่าจะมาดูกับเขาด้วย แต่ปรากฏว่าไปขึ้นรถที่สถานีรถแล้วรถก็ไม่มาสักที จนมีประกาศว่าเกิดขัดข้อง อาจจะเสียเวลารอ 1 ชั่วโมง ให้ลูกค้าไปคืนตั๋ว ได้ เราก็เลยไปไปแล้ว เดินไปดูสุเหร่าใหม่ เดินเที่ยวพิพิธภัณฑ์ แทน แล้วนั่งรถไฟฟ้า ตีตั๋วกลับ 1.60 ริงกิต แต่นั่งย้อนไป – มา ดูตัวเมืองอีก เกือบ 30 ป้าย มาลงที่ KLCC เพื่อดูตึกแฝดและถ่ายรูปอีกที จนเย็น กินอาหาร ล้างหน้า รอเวลาฝนหยุด ก็มานั่งรถบริการแอร์เอเชีย มาถึงสนามบินรอพบ ป้าสมจิตร ที่บินจากกรุงเทพ เที่ยวสุดท้าย ถึง LCCT เวลา 23.25 น. เครื่องบินลงตามเวลา

โดนปลุก สองรอบ

พอป้าสมจิตรออกมาเจอกัน ก็พาไปนั่งรอข้างในอาคาร เพราะมีแอร์ อากาศเย็นสบาย ไม่มีคนสูบบุหรี่ เหมือนมุมอาคาร ตอนออกจากสนามบิน มีทั้งหนุ่มสาว พนักงาน เมื่อออกจากเครื่องบิน คงอัดอั้นเต็มที ยืนสูบบุหรี่พ่นควันกันมากมาย เข้าไปนั่งรอเวลา check in ไป Padang พรุ่งนี้เช้าเที่ยว 7.50 น. นั่งรอจนง่วงนอนแล้ว แต่พอเที่ยงคืนเจ้าหน้าที่มาไล่ให้ออกจากอาคาร เพราะไม่มีเที่ยวบิน เจ้าหน้าที่จะปิดห้อง เราก็ออกมาหาที่นั่งตรงประตูทางออก ไม่มีเก้าอี้ว่าง เราเลยเอา กราวชีทที่พกติดตัวไปปูนอนกับพื้นกระเบื้อง มีที่ว่างเหลือพอ คนมาเลย์มาขอนอนข้างๆ ด้วยอีก 2 คน นอนเคลิ้มไป ไม่กล้าหลับสนิท เพราะมีกระเป๋ากล้อง กระเป๋าสตางค์ใส่ในเป้เล็ก จนตีสาม ก็ถูกปลุกอีกครั้ง คราวนี้ถูกไล่ให้กลับเข้าไปในอาคาร เพราะเขาจะพ่นยาฆ่าแมลงสาบ - ฆ่ายุง ควันคลุ้งไปหมด เข้ามาในอาคารก็หามุมนอนบนเก้าอี้ที่ว่าง 3 ตัว มีคนมาเลย์มานอนรอเครื่องเที่ยวเช้ากันหลายสิบคน จนตีห้าเราก็ตื่น เพราะเสียงคนก็เริ่มลุกขึ้น เพราะ counter เริ่มเปิดให้เช็คอินได้แล้ว เที่ยวแรกตามตารางจะบินไปจาการ์ต้า เวลา 07.20 น.



แนบไฟล์รูป Pa khomrat รูป :
_8202586_resize.JPG

_8202587_resize.JPG

_8202592_resize.JPG

_8202611_resize.JPG

_8202614_resize.JPG

_8202623_resize.JPG

P8202607_resize.JPG

P8192568_resize.JPG



Pa khomrat
Posted: Monday, September 01, 2008 3:56:08 PM

กลุ่ม: Advanced Member

สมัครเมื่อ: 6/5/2008
จำนวนความเห็น: 254
คะแนน: 7
สถานที่: 46/2 สามพราน นครปฐม
21 ส.ค. 51 Check In เสร็จยังเหลือเวลาอีก 2 ชั่วโมง ก็ออกมากินอาหารแถวนั้นมีแต่ Nasi Lemak ก็กินแก้หิวไปก่อน แล้วขึ้นเครื่องไปลงที่ Padang บนเกาะสุมาตรา ตามเวลาคือ 08.00 น. เวลาที่ นี่เท่ากับเมืองไทย เมื่อเจอ Immigration ชวา ก็สอบถามว่ามีตั๋วกลับหรือไม่ ก็เอารายการซื้อตั๋วมาให้ดู บอกว่าจะไป Kerinci เขาก็เข้าใจดี ออกมาก็หารถบัส โดยบอกว่าจะไปลงที่ Sungaipenuh เด็กรถก็พยักหน้าหิ้วเป้ขึ้นรถ ค่ารถ 15,000 รูเปียะห์ เราก็ นั่งรถราว 50 นาที รถก็จอดที่คิวรถบัส สอบถามบอกว่าจะออกรถเวลา 10.00 น. ค่ารถคนละ 80,000 Rp. พอ 10 โมงรถก็ออก แต่ไปจอดรอผู้โดยสารอื่นอีก เพราะรถมีเพียงเรา 2 คนเท่านั้น เขาก็ไม่ออกวิ่ง จนมีผู้หญิงอินโดคนหนึ่งมานั่ง บอกนั่งรถมาจาก Medan นาน 24 ชั่วโมง แล้วจะไปลงที่ Sungaipenuh ตอนแรกรถบอกจะออก 8 โมง เลื่อนมา 10 โมง แต่กว่าจะออกจริงก็ 12.40 น. เราก็กินอาหารกลางวันก่อนรถออก อร่อยดี ราคาเพียง 16,000 Rp. ซื้อขนมอื่นติดไปด้วย แต่ไม่อร่อย

เส้นทางรถจะวิ่งเส้นทาง สายใน เป็นถนนวิ่งตามเขาสายใน ไม่ใช่สายริมทะเล ถนนวิ่งไปคดไปมาตามไหล่เขา แต่ก็ไม่ชันมาก ไม่มีเลี้ยวหักศอกเหมือนบ้านเรา จุดสูงสุดของถนนก็ 1500 เมตรเศษ มีหมู่บ้านตลอดทาง ใช้เวลาเดินทาง รวมพักกินอาหาร 6 ชั่วโมงเศษ ถึง Kersik Tua เมื่อเวลา 1 ทุ่ม เราบอกคนขับรถว่าจะลงที่ Subandi Guest House ตามหนังสือ LPแนะนำ ต้องหานานเพราะว่าไม่มีป้ายบอกชื่อ ริมถนน

เจ้าของ GH บอกค่าห้อง 60,000 Rp เป็นห้องเตียงเดียว เราเลยขอนอนคนละห้อง เพราะว่ามีห้องว่างเหลืออยู่ ลูกค้าวันนี้มีเพียงเราสองคนเท่านั้น ตอนไปถึงมืดมาก ต้องจุดตะเกียงเจ้าพายุ สว่างไสวมากหน่อย ไฟฟ้าที่นี่ไม่พอใช้ จะเปิดไฟได้ ก็ตอนสองทุ่มขึ้นไปเท่านั้น เราแยกตัวไปอาบน้ำ แต่ก็ขอให้ทำอาหารเย็นให้เราด้วย

เราตกลงรายละเอียดค่าใช้จ่าย ค่าไกด์ ค่าอาหาร 4 มื้อ รวมของพรุ่งนี้ 3 มื้อ ค่าที่พัก 1 คืน ค่ารถมอเตอร์ไซค์ ค่าPermit คนละ 20,000 Rp. ต้องนั่งรถไปส่งระยะทางราว 4 กม. จนถึงตีนเขา ทั้งขาไป – กลับด้วย คิดทั้งหมด 710,000 Rp. หรือราว 2,800 บาท / 2 คน เฉลี่ยก็คนละ 1,400 บาท เท่านั้น เจ้าของเองก็เป็นไกด์ เชี่ยวชาญเรื่องนกมาก มีลูกค้ามาดูนกกับเขามาก เพราะมีชื่อแนะนำในหนังสือ Lonely Planet


ที่Kersik Tua นี่สูง 1,530 เมตร จากระดับน้ำทะเล อากาศจึงหนาวเย็นตลอดปี มีไร่ชาปลูกเต็มไปหมด ดูเขียวสวยงาม คืนนี้นอนหลับสบาย หลังจากไม่ได้นอนมาเมื่อวานนี้



แนบไฟล์รูป Pa khomrat รูป :
_8212625_resize.JPG

P8222634_resize.JPG

P8222640_resize.JPG



Pa khomrat
Posted: Monday, September 01, 2008 4:08:22 PM

กลุ่ม: Advanced Member

สมัครเมื่อ: 6/5/2008
จำนวนความเห็น: 254
คะแนน: 7
สถานที่: 46/2 สามพราน นครปฐม
22 ส.ค. 51 เราตื่นตั้งแต่ 6 โมงเศษ กินอาหารเช้าเป็น ชา กับ Banana pan cake 8.30 น. ก็นั่งรถออกไปยังจุดเริ่มเดิน ที่ความสูง 1,760 เมตร เส้นทางช่วงแรกยังสบายๆ ไม่ชันมาก มีพันธ์ไม้ เหมือนป่าบ้านเรา คล้ายกับที่ดอยภูเข้มากที่เดียว มีบิโกเนียใบใหญ่ ก้านสูงแน่นหนา มีดอกไม้บ้าง เริ่มเดินฝูงลิง ก็โห่ร้องเกรียวกราว

ช่วงเช้า เราเดินไป พักไปบ้าง ใช้เวลา 2.45 ชม. ก็หยุดพักกินอาหารกลางวันที่ แค๊มป์ ระดับ 2,500 เมตร เคยมีศาลาพัก แต่พังหมดแล้ว อาหารเป็น ข้าวไข่ต้ม กับปลากระป๋อง ที่นี่เราพบกับ 3 หนุ่มอินโด บางคนยังเรียนมหาวิทยาลัย เดินกันมาเอง โดยคนหนึ่งเคยขึ้นยอดเขานี้มาแล้ว เป็นคนนำทาง เส้นทางโดยรวมชัดเจน ไม่มีหลง สามารถเดินเองก็ได้ ที่จุดพักต้นไม้ ล้วนแต่มีฝอยลมเต็มไปหมด
ไกด์ของเราชื่ออาเหม็ด ( Ahmed) อายุราว 35- 40 ปี ไว้หนวด เรียก ป๋า ว่า Papa ส่วนป้าสมจิตร เรียก Mama เรียกเสียแก่หมดเลย น่าจะเขกกระบาล

ช่วงบ่ายเส้นทางเริ่มชันขึ้นไปอีก และเป็นร่องน้ำ เดินยาก ลื่นและต้องไต่ตามรากไม้เหนียวไปตลอด เดินไปยังนึกถึง ว่า ถ้าเจ้าก๊อกมา ก็คงเดินผ่านร่องนี้สบายๆ หรือเจ้าป้องมาก็สบายเพาะว่าผอมสูง แต่ป้าแต๋วมา จะผ่านหรือเปล่าหว่า หรือต้องเดินแบบค่อยๆ ถัด เพราะต้องยกขาสูงๆ ไม่อย่างนั้นจะผ่านกันไม่ได้

........ อยากถ่ายรูปทางเดินให้ดูเหมือนกัน แต่มือเลอะขี้โคลนมาก เพราะต้องคอยยันดินสองข้างทางตลอดเวลา เลยไม่กล้าหยิบกล้อง

.....ที่แรกไกด์บอกว่าจะไปพักที่แค๊มป์ระดับ 3,300 เมตร แต่เมื่อถึงจุด 3,060 เมตร ไกด์ก็บอกว่าพักที่นี่ดีกว่า เพราะมีต้นไม้กันลม หากพักข้างบนจะหนาวเพราะลมแรงได้ ไม่มีต้นไม้บังลม ใช้เวลาเดินรวมพักช่วงบ่าย 2.50 ชม.กับระยะทางแค่ 1.50 กม. ถึงแค๊มป์ตอนบ่าย 3 โมง

ไกด์กางเต็นท์ ส่วนเราก็ขึงฟลายชีท ขนาด 3 X 4 เมตร ปูกราวชีทขนาด 2 X 3 เมตร เผื่อจะผูกเปลนอน ไกด์บอกให้เรามานอนเต๊นท์ดีกว่า เขาแบกมาแล้ว กว้างนอน 3 คนสบาย มีแผ่นรองเต็มสำหรับ 3 คนด้วย ก็ตกลงว่าจะไปนอนในเต็นท์


3 หนุ่มที่มาด้วยก็กางเต็นท์ติดๆกัน แล้วมาใช้กองกลางด้วยกัน คุยกัน เป็นหนุ่มจากจาการ์ต้า และจากปาดัง มี 2 คน เคยขึ้นยอด SEMERU มาแล้วเช่นกัน แต่เขาบอกว่าเขาต้องพาคนอื่นที่ไม่แข็งแรงขึ้นไปด้วย เลยใช้เวลาจนถึงยอดเขาที่ความสูง 3,695 เมตรถึง 12 ชม. แต๋ป๋าเดินไปกับดิเรก เมื่อสามเดือนที่แล้วใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมง

ช่วงค่ำเริ่มมีฝนตกลงมาประปราย ไม่หนักมาก และก็ตกหนักขึ้นช่วงดึกๆ



แนบไฟล์รูป Pa khomrat รูป :
_8222678_resize.JPG

P8222645_resize.JPG

P8222649_resize.JPG

P8222658_resize.JPG

P8222665_resize.JPG

P8222663_resize.JPG

P8222670_resize.JPG

P8222692_resize.JPG

P8222683_resize.JPG



Pa khomrat
Posted: Monday, September 01, 2008 4:30:31 PM

กลุ่ม: Advanced Member

สมัครเมื่อ: 6/5/2008
จำนวนความเห็น: 254
คะแนน: 7
สถานที่: 46/2 สามพราน นครปฐม
23 ส.ค. 51 ยังไม่ถึงตีสอง 3 หนุ่มก็ลุกขึ้นแล้ว แต่เรายังนอนอยู่ จน 3.30 น. ป๋าจึงปลุกไกด์ กับป้าสมจิตรลุกขึ้น ป้าแก ตื่นนานแล้ว รู้การเคลื่อนไหว แต่ไม่อยากลุกออกมาเพราะหนาว

อากาศตอนนี้ราว 10 องศา เรากินโอวันติน กับขนมรองท้องนิดหน่อย รอไกด์กว่าจะเรียบร้อย เริ่มออกเดิน เวลา 04.45 น. แล้ว ช่วงขึ้นเขาก็ยังชัน ทางเป็นร่องลึก ดินก็ลื่น ต้องเกาะ เหนี่ยวกิ่งไม้ไปตลอด เดินไปจนถึงที่ตั้งแค๊มป์ระดับ 3,300 เมตร ก็ตีห้าเศษ ฟ้าเริ่มสว่างแล้ว

จากจุดนี้ เราเดินไม่ใช้ไฟฉายอีกแล้ว เมื่อพอเห็นทาง เห็นรอยเท้าคณะก่อน ก็เริ่มเดินต่อโดยไม่ต้องรอไกด์ ไกด์เดินคู่กับป้าสมจิตรไปเรื่อยๆ ส่วน 3 หนุ่มก็เดินตามมาห่างๆ

จนเกือบ 8 โมงเช้าก็ถึงปากปล่องภูเขาไฟ มีการพ่นควันเป็นระยะ ไม่มีเสียงระเบิด แต่ มีขี้เถ้าเลอะ ลื่น ต้องระวังเดี๋ยวลื่นตกปล่อง ปากปล่องกว้าง ไม่รู้ว่าลึกเท่าไร มี ควัน ตลอดเวลา จนใกล้มากจะมีกลิ่นกำมะถัน แต่ก็พอทนได้ ไม่แรงเหมือนเดินที่ BROMO เราใช้เวลา 3 ชั่วโมง รวมเวลาพักรอ ถึงยอดเขา ที่ความสูง 3,819 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล สูงกว่าตัวเลขที่รู้กันว่า 3,805 เมตร

ทั้งนี้น่าจะเนื่องจากมีขี้เถ้าภูเขาไฟลอยมากองสะสม สูงเพิ่มทุกวัน เราอยู่ถ่ายรูปพร้อมธงชาติที่เอาติดตัวมาด้วย สัก 10 นาทีก็เดินลง เพราะอยู่ นานก็ต้องคอยหมอบหลบลม ที่พาขี้เถ้ามาใส่ จนเสื้อผ้าดำไปหมด( ซักผ้าเป็นสีน้ำตาล ต้องแช่ผ้า เปลี่ยนน้ำหลายๆครั้ง ) กล้องถ่ายรูป ก็ต้องรีบถ่ายรีบเก็บ เพราะฝุ่นเยอะมาก

โดยรวมยอดเขาที่ Semeru จะสบายกว่า เพราะไม่อยู่ตามทิศทางลม ห่างจากปากปล่องภูเขาไฟมากกว่า กว้างขวาง ยืน นั่งสบายๆว่า วิวโดยรอบก็สวยกว่า ที่นี่เป็นยอดเขาเดี่ยวๆ เห็นเขาลูกอื่นไกลๆ ระดับก็ต่ำกว่ามาก ไม่มีภูเขาพ่นควันประกอบฉากเหมือนที่ Bromo

ขาลงใช้เวลา ไม่ถึง 2 ชั่วโมง กินข้าวเก่าที่หุงตั้งแต่เมื่อเช้าวานนี้ ซึ่งก็ไม่บูดเสียเพราะอากาศเย็น เหมือนที่เคยกินที่ขึ้นยอดเขา Semeru เราเติมน้ำ ตั้งไฟอุ่นเป็นข้าวต้ม กินกับไข่ต้ม - ปลากระป๋อง เหมือนกับเมื่อตอนขึ้นเขา

เก็บแค๊มป์ก็ลงมาอีก 3 ชั่วโมง ก็ถึงหัวถนน อาศัยนั่งรถมอเตอร์ไซค์ชาวบ้านไปถึงที่ GH ก็บ่าย 3 โมงเศษ ได้อาบน้ำ สระผม เปลี่ยนเสื้อผ้าให้สบายตัว

ให้เขาทำอาหารเย็น เสียค่าอาหารไป 60,000 Rp รอรถบัสเล็กที่จะวิ่งผ่านมาและจะแวะรับผู้โดยสารเป็นประจำ รถมาถึง 19.40 น. ได้ ค่ารถก็เช่นเดิมคนละ 80,000 Rp ใช้เวลานั่งกลับถึงเมือง Padang 6 ชั่วโมง เที่ยวกลับนี้ คนขับรถเร็ว ร้องเพลง บ้าง คุยโทรศัพท์บ้าง จีบกับสาวที่นั่งคู่กันบ้าง มาตลอดทาง



แนบไฟล์รูป Pa khomrat รูป :
P8232697_resize.JPG

P8232705_resize.JPG

P8232715_resize.JPG

P8232741_resize.JPG

P8232751_resize_resize.JPG

P8232758_resize_resize.JPG

P8232766_resize_resize.JPG

P8232770_resize_resize.JPG

P8232780_resize_resize.JPG

P8232766_resize_resize.JPG



Pa khomrat
Posted: Monday, September 01, 2008 4:45:30 PM

กลุ่ม: Advanced Member

สมัครเมื่อ: 6/5/2008
จำนวนความเห็น: 254
คะแนน: 7
สถานที่: 46/2 สามพราน นครปฐม
24 ส.ค. 51 รถบัสเล็กถึงเมือง Padang ก็เกือบตีสอง ต้องเดินหาโรงแรม 3 แห่ง เพราะ 2 แห่งแรกเต็ม จนมาได้ที่พักที่ Benyamin Hotel ก็ช่วงตีสามแล้ว ค่าที่พักคืนแรกป็นห้องแอร์ ราคารวมภาษี 10 % 121,000 Rp ส่วนอีก 2 วันต่อมา เราย้ายห้องไปนอนห้องพัดลม กว้างกว่าราคาคืนละ 77,000 Rp คืนนี้เข้าที่พัก เราก็นอนหลับไป ตื่นอีกทีก็ เก้าโมงเศษ

เราตื่น 9 โมงเช้า ขอย้ายห้อง เพราะห้องที่เรานอน แม้จะเป็นห้องแอร์ แต่ห้องน้ำแคบมากกว้างน่าจะ 0.80 ม. ยาวสัก 1.50 ม เท่านั้น ย้ายเป้ไปนอนห้องพัดลม ดูห้องน้ำกว้างกว่ามาก ราคาถูกว่า เพียง 77,000 Rp. เราตากรองเท้า เสื้อผ้าที่เปียกชื้นให้แห้งเท่านั้น

จากนั้น เราเดินเที่ยวตลาดสดที่อยู่ด้านหลังห้องพัก ฝนตกเมื่อเช้า พื้นจึงเฉอะแฉะ สินค้าก็เหมือนบ้านเรา แต่ผักรู้สึกจะหัวเล็ก แต่ปลา ปลาหมึกยังสด เพราะอยู่ติดทะเล เราเดินเที่ยวตลาดและห้างสรรพสินค้า คนแน่นมาก สินค้าก็เหมือนตลาดโบ้เบ้บ้านเรา คนในตลาดเห็นเราถือกล้องก็บอกให้เราถ่ายรูป รู้สึกเขาจะชอบการถ่ายรูปมาก

เดินต่อไป จนเดินเลียบทะเล แล้วเดินลัดมาจน เราเดินไปใกล้พิพิธภัณฑ์ มีการประกวดการรำของเด็ก อายุ น่าจะ 5 -10 ขวบ สวยงาม น่ารักดี พ่อ แม่ ก็พาลูกหลานมาแสดง เริ่มตั้งแต่เช้า เสียค่าเข้าชมการแสดงคนละ 5,000 Rp.

จนเกือบเที่ยงเราออกมาก่อน กะว่าช่วงบ่ายค่อยเข้าไปดูอีกครั้ง เดินต่อไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ มีของน่าสนใจ คือการแต่งกายของหนุ่ม สาว ของชาวบ้าน เราใช้เวลา 1 ชั่วโมง ก็ออกมากินข้าวแล้วเดินกลับไปดูการแสดงของเด็ก ต่อไป

เย็นๆ เรารีบกินอาหาร จะกลับไปดูการถ่ายทอดสด พิธีปิดโอลิมปิคปักกิ่ง ที่โรงแรม แต่ก็ยังไม่มี กว่าจะถ่ายทอดก็เริ่มเกือบสองทุ่ม แล้วก็มีโฆษณาคั่นยาวๆบ่อยมาก ยังไม่จบดีก็หยุดถ่ายทอดแล้ว ที่นี่ เขาไม่สนใจกีฬาโอลิมปิคเลย



แนบไฟล์รูป Pa khomrat รูป :
_8242862_resize.JPG

_8242854_resize.JPG

_8242866_resize.JPG

_8242874_resize.JPG



Pa khomrat
Posted: Monday, September 01, 2008 4:56:39 PM

กลุ่ม: Advanced Member

สมัครเมื่อ: 6/5/2008
จำนวนความเห็น: 254
คะแนน: 7
สถานที่: 46/2 สามพราน นครปฐม
25 ส.ค. 51 วันนี้เรามีเวลาสบายๆ อีกหนึ่งวัน เดินไปย่าน china town กินบะหมี่ หมูกับไก่ แล้วสอบถามแม่ค้าว่าวัดจีนอยู่ที่ไหน แต่เขาพูดอังกฤษ ไม่ได้ ก็มีหญิงอินโดที่พูดภาษาอังกฤษได้บ้าง เข้ามาอธิบายว่าวัดอยู่ที่ไหน พร้อม ส่วนแฟนของเธอสวมหมวก แบบทหารเรือ ก็เลยถามว่าเป็นทหารเรือหรือเปล่า เขาบอกว่าไม่ใช่ แต่ไปงานทหารเรือมาเมื่อคืนนี้ แล้วบอกว่าจะพาเราไปส่งที่วัดจีนให้ ห่างออกไปเกือบ 1 กิโลเมตร เราบอกขอบใจ ชวนให้ไปเที่ยวเมืองไทยบ้าง เธอบอกว่ายังไม่ brave enough ที่จะเดินทางแบบเรา เราก็บอกว่า ภาษาที่พูดคุยกันนี่ ก็พอจะไปเที่ยวเมืองไทยได้สบายๆ ถ้าไปพักย่านถนนข้าวสารจะใช้เงินไม่มากนัก


เที่ยววัดทำบุญที่วัดจีน อายุ 150 ปี ที่นี่ไม่มีภาษาจีนเลย เพราะรัฐบาลไม่ให้ใช้ ไม่ให้สอนภาษาจีน แล้วเราเดินไปริมทะเลอีกครั้ง พอเดินไปเห็นหนุ่มโบกมือให้ เราก็โบกตอบ ไม่รู้ว่าใคร พอเขาเดินมาใกล้ ก็กลายเป็นพวก 3 หนุ่มที่เจอกันบนยอดเขา Kerinci นั่นเอง เขาชวนไปเดินขึ้นเขาตรงชายทะเล เราก็ไปด้วย นั่งเรือพายข้ามฟากแล้วเดินขึ้นเขา ไม่สูงนัก มีป้อมปืนใหญ่ สมัยสงครามโลกครั้งที่สองของเนเธอร์แลนด์ ขนาดปากกระบอกปืน 155 มิลลิเมตร 1 กระบอก ขึ้นไปดูวิว พักผ่อน แล้วลงมานั่งรถ ไปลงเพื่อซื้อเตาแก๊สขนาดเล็กที่ร้าน Outdoor Shop เป็นของจีน เหมือนกับของเรา แต่ทนทาน มีที่หมุนปิดเปิดดีกว่า หนักว่า แต่ราคาถูก อันละ 90,000 Rp.หรือ 350 บาท จ่ายเป็นดอลล่าร์ก็อันละ 10 ดอลล่าร์ ป๋าซื้อมา 3 อัน ส่วนป้าซื้อ 1 อัน ( เตาลองเอาไปใช้แล้ว ร้อนเร็วมาก เสียแต่กระป๋องแก๊สจะหลุดจากเตาได้ง่าย) แล้วก็ซื้อรองเท้ารัดสันอีกคนละ 1 คู่ แข็งแรงดี มาก คู่ละ 87,000 Rp ราว 340 บาท


จากนั้นเราไปกินอาหารกลางวันกัน เที่ยวนี้ ค่าอาหารมากหน่อย 155,000 Rp หรือ 590 บาท เราเลยบอก 3 หนุ่มว่าเราจะออกให้ เข้าใจดีว่ายังเด็กอยู่ ยังไม่มีสตังค์ เขาก็ยินดี แต่เขาก็ลุกไปจ่ายค่าน้ำปั่น 5 แก้ว 35,000 Rp เราล่ำลาแยกย้ายกันไป นั่ งรถเล็กไปลงใกล้โรงแรมค่ารถคนละ 2,000 Rp. เอาของไปเก็บห้องแล้วออกมาแลกเงินเพิ่ม

เรา ต้องการแลกอีก แค่ 30 Usd. เป็นค่าอาหารเย็น ค่ารถแท็กซี่ไปสนามบิน ค่าภาษีสนามบิน แลกที่ธนาคารก็ปิดแล้ว ถามที่โรงแรมอีกแห่งบอกให้ไปแลกที่ Mini Mart แห่งหนึ่ง ไปถึงก็ไม่มีบริการ ก็ได้ สาวอินโดที่เข้มาซื้อของที่ร้านนั้นบอกว่าให้ไปแลกเงิน ที่ร้านทอง เขียนแผนที่ให้ด้วย

หลายๆครั้ง เราเห็นว่าคนอินโด นี่น้ำใจดี เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว ค่าอาหาร ค่ารถ ค่าสินค้าต่างๆ ก็ไม่เรียกราคาสูงกว่าปกติ

ร้านแลกเงิน ชื่อ Toko Mas Murti กว่าจะหาเจอก็นาน เพราะสอบถามไปเรื่อยๆ - Toko แปลว่าร้าน หรือห้าง - Mas แปลว่าทอง ดังนั้น Toko Mas Murti แปลว่า ร้านทอง Murti ให้อัตราดี แลกแบงค์ 10 และ 20 usd เขาก็ให้อัตรา 9, 000 Rp/ Usd เราแลกเมื่อออกจากสนามบินได้ 8,800 Rp/usd แต่ก็แลกเพียง 100 usd ในส่วนของป้าสมจิตรเท่านั้น ส่วนของป๋ามีเงินเหลือจากทริปบาหลีอยู่แล้ว 1,100,000 Rp (อัตราแลกเปลี่ยนเก่าที่ 10,000 Rp/ 34 บาท)

เข้าไปกินอาหารเย็น รอฝนหยุดที่ห้างชั้นสาม เป็น food corner ร้านขายอาหาร – น้ำปั่น สักสิบร้านได้ ขายเหมือนกันเป๊ะ ไม่รู้จะซื้อร้านไหน คนขายก็น่าสงสาร ยืนเรียกลูกค้า เราเลยแยกกันกินเฉลี่ยรายได้กันไป กลับโรงแรม นอนพัก



แนบไฟล์รูป Pa khomrat รูป :
_8252904_resize.JPG

_8252913_resize.JPG

P8212628_resize.JPG

P8242836_resize.JPG

P8242841_resize.JPG

P8242846_resize.JPG

P8242855_resize.JPG

P8252892_resize.JPG

P8252929_resize.JPG

P8252944_resize.JPG

P8252951_resize.JPG



Pa khomrat
Posted: Monday, September 01, 2008 5:12:16 PM

กลุ่ม: Advanced Member

สมัครเมื่อ: 6/5/2008
จำนวนความเห็น: 254
คะแนน: 7
สถานที่: 46/2 สามพราน นครปฐม
26 ส.ค. 51 ตื่นตีห้ายี่สิบ อาบน้ำ ออกไปนั่ง Taxi เพื่อไปสนามบิน มีรถจอดรอปากซอยโรงแรม 2 คัน บอกราคา 100,000 Rp เรานั่งคันหน้า เก็บเป้ นั่งรถปรากฏว่ารถสตาร์ทไม่ติด คนขับไปเคาะเรียกคนขับรถอีกคัน มาช่วยเข็นรถ เราก็ต้องลงมาช่วยเข็นรถด้วย นั่งรถเพียง 25 นาทีก็ถึงสนามบิน รอเช็คอินเที่ยวบินกลับ KL ออก 8.30 น. เสียภาษีสนามบินคนละ 75,000 Rp เครื่องออกบินจริงเวลา 8.10 น. จึงถึง KL ก่อนเวลา

ถึง KL ต้องรอกว่าจะบินกลับ BKK อีก 6 ชั่วโมง เราเข็นรถวางเป้ไป กินอาหารรอที่ Food Corner ใหม่ที่ LCCT กว้างขวางและว่าง นั่งอ่านหนังสือ ส่วนป้าก็เป็นนักเรยนที่ดี ขยันทำการบ้านภาษาจีนทุกวัน เมื่อมีเวลาว่าง

เครื่องบินถึงกรุงเทพ ตามเวลา ลงมา ป้าสอบถามเจ้าหน้าคนไทยที่สนามบินว่าใครได้เหรียญอะไรบ้างบ้าง ก็พอดี สมจิตร จงจอหอ ได้เหรียญทอง ( เหมือนป้าสมจิตร ก็พิชิตยอด Kerinci เหมือนกัน 55555 )

ที่นี่ถึงได้ข่าวการยึดทำเนียบของพันธมิตรเมื่อเช้าวันนี้ มีแต่ความวุ่นวายการเมือง ไปอยู่โน่น 8 วัน ไม่ได้รับรู้อะไรเลย ดีเหมือนกัน

นั่งรถบัสสาย 556 มาลงพาต้าปิ่นเกล้า ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงเพราะถนนว่าง ลงมาถึงยมราชก็เจอขบวนพันธมิตร เดินไปตามถนนสนามม้า เราก็ไปต่อ ถนนว่างมากๆ ป้าสมจิตรลงรถที่สี่แยกคอกวัว เราลงที่พาต้า นั่งรถตู้จากพาต้ากลับถึงบ้าน 2 ทุ่มพอดี

ค่าใช้จ่ายทริป ส่วนของป๋า

-- ค่าตั๋วเครื่องบิน 5,600 บาท
-- ค่าใช้จ่ายอินโด(ไม่รวมของฝาก) คนละ 110 usd หรือ 3,850 บาท
-- ค่าใช้จ่ายมาเลย์อีก 140 RM หรือ 1,400 บาท
-- ค่ารถไป - กลับบ้านอีก 530 บาท

รวม 8 วันจ่ายไป 11,380 บาท
Pong E Heud
Posted: Tuesday, September 02, 2008 11:00:45 AM


กลุ่ม: Advanced Member

สมัครเมื่อ: 8/25/2008
จำนวนความเห็น: 44
คะแนน: -359
ข้อมูลแน่นปึกเลยป๋า สงสัยต้องมีสะกดรอยตามไปเร็ว ๆ นี้ ว้า รู้งี้ไปกับป๋าด้วยดีกว่า หนุ่ม ๆ น่าร๊ากกกกก
king
Posted: Tuesday, September 02, 2008 2:52:41 PM


กลุ่ม: Advanced Member

สมัครเมื่อ: 6/5/2008
จำนวนความเห็น: 127
คะแนน: 108
สถานที่: 16/755 พระราม 2 จอมทอง กทม.
Pong E Heud เขียน:
ข้อมูลแน่นปึกเลยป๋า สงสัยต้องมีสะกดรอยตามไปเร็ว ๆ นี้ ว้า รู้งี้ไปกับป๋าด้วยดีกว่า หนุ่ม ๆ น่าร๊ากกกกก

ป้านอกใจป๋มหรอ .....อิอิ Silenced

** ชีวิตเปรียบดั่งการปีนเขา มีขึ้น มีลง มีขวากหนาม มีดอกไม้ หากฝ่าฟันขึ้นถึงจุดหมายปลายทาง จุดสูงสุดของชีวิต เราก็จะพบอิสระ **
แล้วตรู จะลงยังไง ..หุหุ
ภาพเล่าเรื่องราว http://kinginlove.multiply.com

โครงการเพื่อนอาสา'51 (ดูรูปโรงเรียนกะริคี)
http://talontourthai.com/board/index.php?showtopic=1562
เปิดจองเสื้อเพื่อนอาสา ตัวละ 250 รายได้เพื่อน้อง
http://talontourthai.com/board/index.php?showtopic=1584
โปรแกรมไปร่วมทริบ เพื่อนอาสา ไปเลี้ยงน้องกัน
http://talontourthai.com/board/index.php?showtopic=1597
เพื่อนอาสา 51 เปิดรับบริจาค แล้วววววววจ้า (ดูรูปจากโรงเรียนแม่ก๋อน)
http://talontourthai.com/board/index.php?showtopic=1595
Pa khomrat
Posted: Wednesday, September 03, 2008 8:40:14 AM

กลุ่ม: Advanced Member

สมัครเมื่อ: 6/5/2008
จำนวนความเห็น: 254
คะแนน: 7
สถานที่: 46/2 สามพราน นครปฐม
ป้าแต๋ว เขามีทริปวันเดียวด้วยนะ

ถ้าเดินแบบวันเดียว เอาพิชิตยอด ไม่หวังภาพอาทิตย์ขึ้นสวยงามที่ยอดเขาแล้วละก้อ สามารถเดินไป - กลับวันเดียวได้นะ น่าจะสะดวก เพราะไม่ต้องแบกเป้หนัก เอาเพียงน้ำดื่มสัก 3 ลิตร อาหารกลางวัน ขนมอีกเล็กน้อย เสื้อกันฝนสักตัว เสื้อกันหนาว ไม่ต้องใช้เพราะเดินกลางวัน คงไม่หนาว

-- ถ้าเริ่มออกเดินขึ้น 7.00 น. น่าจะใช้เวลาเดิน รวมพักกินอาหารด้วย ไม่เกิน 7 ชม. ก็จะถึงยอดเขาเวลา 14.00 น. ไต่ระดับความสูงรวมก็ 2,059 เมตร

-- ส่วนขาลง เริ่มจาก 14.30 น. ก็น่าจะใช้เวลาราว 4.30 ชม. กลับถึงถนนราว 19.00 น.รวมเดินลง 2,059 เมตร
sonic
Posted: Thursday, September 04, 2008 7:16:23 PM

กลุ่ม: Advanced Member

สมัครเมื่อ: 6/19/2008
จำนวนความเห็น: 46
คะแนน: 41
ตอนนี้ได้แต่ฝันๆๆๆๆๆ สักวัน จาไปยืนบนยอดนั้นบ้าง...d'oh! d'oh! d'oh! d'oh!
ผู้ที่เข้าชมกระทู้นี้
Guest


ไปยังห้องสนทนา
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในห้องนี้ได้.
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในห้องนี้ได้.
คุณ ไม่สามารถ ลบความเห็นของคุณในห้องนี้ได้.
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขความเห็นของคุณในห้องนี้ได้.
คุณ ไม่สามารถ สร้างโพลในห้องสนทนานี้ได้.
คุณ ไม่สามารถ ร่วมโหวตโพลในห้องนี้ได้.

Main Forum RSS : RSS

 
www.trekkerhut.com "บ้านพักนักเดินทาง"
41 หมู่ 2 ถนนเลียบคลองทวีวัฒนา แขวงทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10170
Tel : 02-888-9097 Fax : 02-888-9344 (อัตโนมัติ)
สายด่วน 081-4977974,089-8253922,081-6449400,081-5770535
กรณีติดต่อไม่ได้เนื่องจากออกทัวร กรุณาสอบถามทาง E-mail or MSN ได้ที่ : mamgapee@hotmail.com
เลขทะเบียนการท่องเที่ยว 11/3989,ใบทะเบียนพาณิชย์เลขที่ 3101900014070