ภูสอยดาว ดอกหงอนนาค
พิษณุโลก
3 วัน 2 คืน
กำหนดวันเดินทาง1. 09 - 11 สิงหาคม เดินทางคืน 08 ส.ค.
2. 22 - 24 สิงหาคม เดินทางคืน 21 ส.ค.
3. 12 - 14 กันยายัน เดินทางคืน 11 ก.ย. ภูสอยดาว อุตรดิตถ์ เป็นที่รู้จัก สำหรับผู้รักธรรมชาติ ชอบทุ่งดอกไม้งาม กลางฤดูฝน แต่ก็เฉอะแฉะและเย็น จนหนาว ช่วงต้นสิงหาคมดอกไม้บานมากแล้วแต่ยังไม่เต็มทุ่ง ส่วนปลายสิงหาคม ดอกไม้จะบานเต็มทุ่งแล้ว แต่ก็เจอกับฝนที่มีโอกาสตกอยู่ทุกวัน ทริปนี้จัดเป็นทริป 3 วัน สมาชิกก็มีเวลาเที่ยวสบายๆ ไม่ต้องเร่งรีบเหมือนทริป 2 วัน
ทริปนี้ เหมาะสำหรับผู้ที่แข็งแรง รักการผจญภัย และต้องมีการเตรียมร่างกายมาบ้าง เส้นทางสู่ลานสนภูสอยดาว แม้จะค่อนข้างชันและเหนื่อย แต่ก็ชัดเจน ไม่รก ไม่ต้องกลัวหลง พื้นดินทางเดินเป็นดินปนทราย จึงไม่ลื่น เมื่อฝนตก
กำหนดการเดินทางวันออกเดินทางเวลา 21.00 น. พร้อมกันที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. สนามเป้า เมื่อพร้อมกันออกเดินทางโดยรถตู้ ใช้เวลา 7 ชม. ถึงตลาดชาติตระการ พิษณุโลก
วันแรกถึงตลาดชาติตระการ แวะซื้ออาหารและผักสด แล้วเดินทางต่ออีก 2 ชม. ไปถึงศูนย์บริการ อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว เปลี่ยนเสื้อผ้า ส่วนเสื้อผ้าชุดกลับ ฝากไว้ที่รถตู้ เอาเฉพาะของจำเป็น ใส่ถุงดำผูกรัดกันน้ำให้ดี ติดชื่อและกลุ่ม นำของฝากไปชั่งน้ำหนัก ให้ลูกหาบแบกขึ้นไป (ไม่เกินคนละ 10 กก. ส่วนเกินสมาชิกต้องจ่ายเอง กก.ละ 15 บาท/ เที่ยว) ทานอาหารเช้าที่ร้านค้า รอบๆ ที่ทำการ รับอาหารกลางวันคนละ 1 ห่อ น้ำดื่มคนละ 2 ขวด เสื้อกันฝนบาง 1 ตัว ไม้เท้าคนละ 1 อัน สมาชิก ** ควรมีเป้เล็กติดตัวคนละ 1 หลัง สำหรับใส่ของจุกจิกพวกนี้ด้วย
เริ่มออกเดินประมาณ 10.00 น. เส้นทาง 1,200 เมตรแรก จะเดินสบายๆ ผ่านน้ำตกสอยดาว เดินเลียบน้ำ ระหว่างทางอาจจะเห็นดอกบัวผุด ขนาดเล็ก เส้นทางจะเริ่มชัน เป็นขั้นบันไดจาก เนินส่งญาติ ถึง เนินปราบเซียน จากนั้นก็ชันน้อยลงบ้าง เมื่อเดินถึง เนินป่าก่อ ก็ได้ระยะทาง 3,700 เมตร กว่าครึ่งระยะทางแล้ว จากนั้น ก็ถึง เนินเสือโคร่ง ณ จุดนี้ ปกติก็ใกล้เวลาพักกินอาหารเที่ยง ชมวิว ดูหมู่เมฆได้ชัดเจน จากนั้นเริ่มเดินขึ้น เนินมรณะ ที่ชันค่อนข้างมาก และจะถึงจุดชมวิว ที่ระยะ 6,200 เมตร จากนี้ก็ไม่มีที่ชันอีกแล้ว เริ่มเห็นดอกหงอนนาค และดอกไม้อื่นๆกระจายทั่วพื้นที่ ท่ามกลางสายหมอกและหมู่สนสามใบ เดินอีกเพียง 300 เมตร ถึงลานสน จุดตั้งแค๊มป์ เลือกที่กางเต๊นท์ มีเวลาเดินเที่ยวทุ่งดอกหงอนนาครอบๆ แค๊มป์ อาบน้ำ มีห้องอาบน้ำ และห้องส้วม สะอาดพอสมควร เย็นดูอาทิตย์ตกดิน แล้วกลับมาแสดงฝีมือทำอาหารทานร่วมกัน สังสรรค์ พักผ่อนตามสบาย หลังจากเหนื่อยกับการเดินขึ้นมาเช้านี้
วันที่สองใครมีแรงก็ตื่นเช้าไปดูอาทิตย์ขึ้น หลังอาหารเช้า เก็บของไปฝากให้ลูกหาบแบกลงไปก่อน เราจะพาเดินเที่ยวน้ำตกสายทิพย์ แล้วต่อด้วย น้ำตกหลุมพบ ในส่วนของ น้ำตกหลุมพบ ทางจะชันและลื่น ต้องปืนป่ายและเดินลัดเลาะตามหน้าผาด้วย รองเท้าต้องดอกลึก และใช้ไม้เท้าช่วยเดิน กลับมากินอาหารกลางวันเสร็จ หลักเขตแดนไทยลาว ด้วย เดินเป็นวงรอบใหญ่ จุใจกับทุ่งดอกหงอนนาค พร้อมขึ้นจุดชมวิว มองได้รอบทิศทาง แล้วเดินวนกลับมาที่แค้มป์ (เดินเป็นวงกลม) ตอนเย็นเดินไปชมพระอาทิตย์ตก กลับมาร่วมทำอาหาร ทานอาหาร สังสรรค์ พักผ่อน
วันที่สามวันนี้ เช้ามืด น่าจะตื่นไปชมอาทิตย์ขึ้นอีกครั้ง แล้วเก็บสัมภาระนำไปให้ลูกหาบแบกลง ล่วงหน้าไปก่อน ทานอาหารเช้าด้วยกัน เริ่มเดินลงจากภูสอบดาว ในเส้นทางเดิมแม้จะค่อนข้างชันแต่ก็ไม่ลื่น ไม้เท้าที่ให้ จะช่วยให้เดินลงเขาสบาย แบบไม่ปวดหน้าขาและเข่า น่าจะใช้เวลาสบายเพียง 2 - 3 ชม. ก็ลงมาถึง อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ศูนย์บริการ ทานอาหารกลางวัน รับสัมภาระจากลูกหาบ ขึ้นรถออกเดินทางกลับ แวะนมัสการพระพุทธชินราช ที่วัดมหาธาตุ พิษณุโลก กินอาหารค่ำที่นครสวรรค์ ถึงกรุงเทพ ประมาณเที่ยงคืน
ค่าทริปคนละ 3,700 บาท / 9 คน , คนละ 3,900 บาท / 8 คน และ 4,200 บาท / 7 คน + fuel charge ( กรณีราคาน้ำมัน ณ วันเดินทาง สูงกว่าที่ประมาณการ มากกว่าลิตรละ 2 บาทขึ้นไป ) เป็น ค่ารถตู้ ค่าอาหาร 9 มื้อ เต็นท์มีฟลายชีทพร้อมเสื่อรองนอน เต็นท์ส่วนกลาง ค่าเข้าและพักในอุทยาน ค่าจ้างแบกของส่วนกลางพวกอาหารและเต็นท์ ค่าประกันอุบัติเหตุวงเงินคนละ 200,000 บาท ค่าแบกของคนละไม่เกิน 10 กก.
หมายเหตุ ราคาน้ำมัน ณ วันที่ 9 พ.ค. 51 ลิตรละ 39.74 บาท
ยืนยันร่วมทริป มัดจำคนละ 1,000 บาท ( ที่เหลือชำระในวันเดินทาง) มาที่ยืนยันร่วมทริป มัดจำคนละ 1,000 บาท ( ที่เหลือชำระในวันเดินทาง) มาที่ trekkerhut ตามรายละเอียดใน
http://www.trekkerhut.com/deposittrip.htm *** ของที่สมาชิกควรนำไป ---- ถุงนอน (ชนิดไม่หนักมาก หรือถ้าไม่มีจะจัดหาให้) เป้เล็กสำหรับใส่ของเวลาเดินขึ้นเขา หมวก ชุดนอนที่อบอุ่น เสื้อกันหนาวบาง กางเกงขาสั้นสบายๆ เสื้อยืดแขนยาว อีก 1 ชุดก็พอ ร่มสำหรับกางเพื่อถ่ายรูป ไฟฉาย รองเท้าแตะ ของใช้ส่วนตัวอื่น ๆเท่าที่จำเป็น (** ไม้เท้า น้ำดื่ม เสื้อกันฝนบาง จะแจกให้กับสมาชิกทุกคน )
การเตรียมตัว เนื่องจากเส้นทางขึ้นภูสอยดาว ชันกว่า ไกลกว่า เส้นทางขึ้นภูกระดึง ไม่มีร้านอาหารระหว่างทาง ต้องแบกน้ำอย่างน้อย 2 ขวด – อาหาร – ขนม - เสื้อกันฝน ใส่เป้เล็กติดตัวไปด้วยแล้ว ส่วนร่างกาย ถ้าไม่เตรียมตัวล่วงหน้าให้พร้อม จะเหนื่อยและเมื่อยมาก จะไม่สนุก และอาจจะต้องใช้เวลาเดินมากถึง 5 - 6 ชม. กับระยะทาง 6.5 กม.
ดังนั้นจำเป็นมาก ที่สมาชิกจะต้องเตรียมร่างกายให้ดี ก่อนออกเดินทาง ขอให้ทุกคน บริหารร่างกายง่ายๆ สามารถบริหารร่างกายที่ไหนก็ได้ จะก่อนอาบน้ำ หรือระหว่างดูโทรทัศน์ เพียงให้ทำท่า ยืน / นั่งยอง - ขึ้น / ลง สลับกัน ให้เริ่มจาก เซทละ 30 - 40 - 50 - 60 ครั้ง วันละ 2 - 3 เซท ตั้งแต่ 10 - 14 วันก่อนเดินทาง เมื่อร่างกาย - ขา – เข่า พร้อมก็จะรู้สึกว่า เส้นทางนี้ก็ไม่ได้หนักมากมายอย่างที่เขาเล่าลือกัน
เคยเจอเด็กหญิงอายุ 5 ขวบใช้เวลาเดินขึ้นภูสอยดาวเพียง 4.30 ชม. เด็กหญิงอายุ 7 ขวบ ใช้เวลา 3.30 ชม. และหญิงชราอายุ 72 ปี ขึ้นไปแบบสบาย ๆ ในปีเดียวกันเลย เพราะทุกคนได้ออกกำลังเตรียมพร้อมมาก่อนแล้ว
สอบถามเส้นทางโดยตรงได้ที่ 081 644 9400 ป๋าคมรัฐ
แนบไฟล์รูป trekkerhut รูป :




ท่องเที่ยวด้วยใจ ไปกับ trekkerhut